ขิงก็รา ข่าก็แรง
ขิงก็รา ข่าก็แรง

ขิงก็รา ข่าก็แรง

ละครก่อนข่าว จันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.50 น.

บทประพันธ์ : โสภี พรรณราย บทโทรทัศน์ : ภาวิต

วศิน อัศวนฤนาท , ปภาวดี ชาญสมอน , ริญญารัตน์ วัชรโรจน์ศิริ , สาวิตรี สามิภักดิ์ , ดิลก ทองวัฒนา , เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ , มัณฑนา หิมะทองคำ , ปราบ ยุทธพิชัย , วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย , โอภาภูมิ รัชชารมย์ , อัจฉรา ทองเทพ , ฑรัญภัค เศรษฐีธร , ภัคสิร์ชา ราย , กุสุมา ตันสกุล

แชร์

เรื่องย่อขิงก็รา ข่าก็แรง

เรื่องย่อละครขิงก็รา ข่าก็แรง

เมื่อความต้องการของผู้ใหญ่ คือจุดเริ่มต้นของวิวาห์สายฟ้าแลบ ระหว่างนักข่าวสาวสุดมั่น กับนักธุรกิจหนุ่มปากร้าย การปะทะคารมของสามีภรรยากำมะลอจึงเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน แต่ความผูกพันจากการใกล้ชิด เปลี่ยน "คู่กัด" ให้กลายเป็น "คู่ใจ" โดยไม่รู้ตัว

ณิช  อมรเกียรติ์   นักข่าวสาวไฟแรง  เธอเพิ่งเรียนจบนิเทศฯและได้งานเป็นนักข่าวสมใจ  ณิชมีพี่สาวชื่อ ภรณี  ทั้งคู่กำพร้าพ่อ-แม่ตั้งแต่อายุประมาณ 10 กว่าขวบ  สองพี่น้องจึงต้องมาอยู่ในความอุปการะของ   แม่ชีสุดา  น้องสาวของพ่อ  แม่ชีสุดานั้นบวชตั้งแต่ยังสาวด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  แม่ชีพาณิชและภรณีไปอยู่โรงเรียนประจำ  และพยายามส่งเสียให้ดีที่สุด  แต่ก็เป็นภาระแทบจะเกินกำลังของแม่ชีที่ไม่มีรายได้อะไรมากนัก  แม้ทั้งคู่จะเรียนเก่งจนได้ทุนเรียนดีทั้งคู่ทุกปี  แต่เมื่อต้องเรียนระดับอุดมศึกษา     ภรณีก็ตัดสินใจเสียสละให้ณิช  ภรณีเลือกเรียนสายวิชาชีพ  ภรณีทำงานและเรียนไปด้วยเพื่อช่วยส่งเสียให้    ณิชซึ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะนิเทศศาสตร์เรียนจนจบ  ณิชเองก็เรียนไปและทำงานไปด้วยเช่นกัน    

ภรณีนั้นสวยอ่อนหวาน  วันหนึ่งเธอมีโอกาสรู้จักกับ ไพรุต นักธุรกิจคราวพ่อ  ไพรุตสนใจภรณี    แม้ว่าเขาจะแต่งงานแล้วกับ วรกานต์  แต่ชีวิตครอบครัวก็ไม่อบอุ่น  ไพรุตและวรกานต์มีลูกสาวอยู่ในวัยใกล้เคียงกับภรณีชื่อ เพียงเพ็ญ  ความสัมพันธ์ระหว่างไพรุตและภรณีพัฒนาอย่างรวดเร็ว  ภรณีรักไพรุตและยอมเป็นเมียเขาด้วยความที่ภรณีกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เด็ก  เธอจึงรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขเมื่ออยู่กับไพรุตมากกว่าหนุ่มๆวัยเดียวกัน  นอกจากนั้นเธอคิดว่าไพรุตนั้นรวยมากคงจะช่วยผ่อนภาระในการส่งณิชให้เรียนได้จนจบ  ที่แน่ๆคือความเป็นอยู่ของทั้งคู่ดีขึ้น  ไพรุตเองก็รักและหลงภรณีไม่น้อย  นอกจากความสาวความสวยแล้ว  ภรณียังอ่อนหวานช่างเอาใจปรนนิบัติเขาทุกอย่าง  ต่างกับวรกานต์อย่างลิบลับ  วรกานต์นั้นอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจ  และขาดเหตุผลรวมทั้งขี้หึงอีกต่างหาก  ยิ่งอายุมากวรกานต์ก็อารมณ์ร้ายมากขึ้น  ที่ไพรุตเบื่อและหนักใจก็คือวรกานต์เริ่มติดการพนันเธอสามารถอยู่ในบ่อนได้เป็นวันๆโดยไม่เบื่อ  วรกานต์นั้นไม่เดือดร้อนเรื่องเงินเพราะพ่อ-แม่ทิ้งมรดกไว้ให้มหาศาล  อีกทั้งไพรุตเองก็เป็นนักธุรกิจที่เก่งและขยัน       ฐานะทางการเงินของครอบครัวนี้จึงมั่นคงมาก  แต่ไพรุตกับเพียงเพ็ญก็อยากให้วรกานต์เลิกเล่นการพนัน    ทั้งคู่รู้ดีว่าการพนันมีแต่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ  เงินมีมากเท่าใดก็หมดได้ถ้าผีการพนันเข้าสิง  ไพรุตกับเพียงเพ็ญขอร้องจนเหนื่อยวรกานต์ก็ไม่ยอมเลิก   แม้จะเคยถูกตำรวจจับบ่อยครั้งแค่ไหนก็ตาม  เพราะไพรุตก็ต้องตามไปประกันตัวและใช้อิทธิพลทุกอย่างเพื่อปิดข่าว  ทั้งหมดก็เพราะเพียงเพ็ญลูกสาวคนเดียวเท่านั้น  เมื่อไพรุตมีภรณีซึ่งแตกต่างกับวรกานต์ราวฟ้ากับดินเขาจึงรักภรณีมาก  ไพรุตซื้อบ้านหลังเล็กๆน่ารักให้ภรณีอยู่กับณิช     ด้วยความเขี้ยวและเค็มตามประสานักธุรกิจ  ไพรุตไม่ยอมโอนบ้านให้เป็นชื่อของภรณี  เรื่องนี้ณิชเคยนึกหมั่นไส้พี่เขยที่งกทั้งที่รวย  ภรณีเองก็แสนจะน่ารักดูแลเอาใจใส่สารพัด  ด้วยความรักพี่สาวณิชจึงไม่ค่อยชอบไพรุตมากนัก  ทั้งที่รู้ว่าเขามีบุญคุณที่ซื้อบ้านให้ภรณีและเธอได้อยู่กันอย่างสบาย  เมื่อณิชเรียนจบและได้งานทำเป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์เล็กๆฉบับหนึ่ง  เธอจึงภูมิใจมาก  ส่วนไพรุตเองก็ไม่ค่อยชอบณิชเช่นกัน    เพราะณิชคล่องแคล่วฉลาดเหมือนจะรู้ทันเขาทุกอย่าง   อีกประการหนึ่งณิชค่อนข้างจะแข็งกระด้าง  เธอชอบใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งและกางเกงยีนส์เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน  แต่ไพรุตมองเหมือนเป็นผู้ชายมากกว่า      ภรณีเองในฐานะคนกลางหนักใจกว่าใคร  เธอรักไพรุตมากและรู้ว่าณิชนั้นเป็น “สาวมั่น” อาจจะดูแข็งกระด้างแต่จริงๆแล้วณิชมีเมตตาและอ่อนโยนเสมอกับคนที่ดีกับเธอประเภทใครดีก็ดีด้วย  ใครร้ายก็ร้ายตอบและค่อนข้าง “ปากจัด”   ณิชไม่พูดหยาบคายแต่คำพูดของเธอก็เชือดเฉือนเหน็บแนมให้คู่กรณีต้องขาดสติอาละวาดได้เสมอ  เมื่อหลานสาวในอุปการะโตและดูแลรับผิดชอบตัวเองได้แม่ชีสุดาก็มักเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ  ในเรื่องของภรณีเมื่อภรณีพาไพรุตมากราบเชิงสู่ขอแม่ชีเองไม่สบายใจเพราะไม่อยากเห็นหลานต้องผิดศีล  ทว่าเมื่อภรณีสมัครใจแม่ชีก็รู้ได้ว่าเป็นกรรมของเธอเอง  นอกจากการไปปฏิบัติธรรมต่างจังหวัดแล้ว  ถ้าพอมีเวลาแม่ชีสุดามักจะไปที่โรงพยาบาลโรคจิตเธอไปช่วยดูแลคนไข้ทั้งหมด         มีคนไข้หญิงวัยกลางคนชื่อ รุ่งทิพย์  ซึ่งดูจะถูกอัธยาศัยกับแม่ชีมากเป็นพิเศษ  โดยปกติแล้วรุ่งทิพย์จะไม่ค่อยพูดกับใครแม้กับหมอและพยาบาล  แต่กับแม่ชีสุดาแล้วรุ่งทิพย์ยอมคุยด้วยนานๆ  รุ่งทิพย์ต้องมารักษาอาการทางจิตก็เพราะความเจ้าชู้ของสามี  รุ่งทิพย์แต่งงานกับ  สารนาถ  พิเศษพงศ์  นักธุรกิจชื่อดัง  มีกิจการเดินเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยวระหว่างประเทศ  ด้วยความที่รุ่งทิพย์เป็นคนจริงจังกับชีวิต  ในช่วงหนึ่งที่สารนาถหลงไปกับความมีชื่อเสียงและเงินทอง  เมื่อร่ำรวยและรูปหล่อสารนาถจึงมีผู้หญิงสนใจมากมาย  แม้จะรู้ว่าเขาแต่งงานและมีลูกแล้ว  รุ่งทิพย์ทนพฤติกรรมเจ้าชู้ของสามีไม่ไหวเธอจึงปิดกั้นตัวเองไม่พูดจากับใคร       เหม่อลอยอยู่ในโลกของเธอตามลำพัง  สารนาถตกใจและเสียใจมากที่รุ่งทิพย์ต้องเป็นอย่างนี้  เขาหยุดความเป็นเพลย์บอยทุกอย่างส่งรุ่งทิพย์มารักษาตัวอย่างเต็มที่  และเลี้ยง ปวีร์ ลูกชายคนเดียวอย่างสุดความสามารถ     สารนาถมัวแต่มุ่งมั่นทำงานโดยมี วศิน น้องชายเป็นผู้ช่วยจนกิจการเจริญรุ่งเรือง  ปวีร์เองก็เรียนจบจากต่างประเทศ  และกลับมาช่วยบิดาทำงานอย่างตั้งใจ  ทั้งสารนาถและปวีร์จึงมาเยี่ยมรุ่งทิพย์น้อยครั้งมาก     ในช่วงระยะเวลาสิบกว่าปีที่เธอเข้าโรงพยาบาล  รุ่งทิพย์ปลื้มใจกับปวีร์มากที่สุดเธอมักจะย้ำกับเขาเมื่อเขามาเยี่ยมว่าอย่าเจ้าชู้เป็นอันขาดลูกของเธอต้องเป็นสุภาพบุรุษและไม่เจ้าชู้  ในเรื่องความเกลียดความเจ้าชู้นั้นแม่ชีสุดาทราบดีเพราะเป็นเรื่องที่รุ่งทิพย์พูดซ้ำซาก  แม้อาการด้านอื่นจะดีขึ้นแต่ในเรื่องความฝังใจในความเจ้าชู้ของสารนาถยังฝังใจรุ่งทิพย์เสมอ

วันหนึ่งณิชต้องอยู่เวรที่โรงพิมพ์เพื่อเตรียมทำข่าวเผื่อมีเหตุการณ์คืนนั้น  ดึกมากแล้วเมื่อ ภัทรา เพื่อนสนิทโทรมาบอกว่ามีข่าวใหญ่ให้ณิชมาพบเธอโดยเร็ว  เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงของคนดังระดับประเทศ  ณิชรีบไปทันทีพร้อมกล้องคู่ใจ  ณิชอึ้งเมื่อถึงที่เกิดเหตุรถ 2 คันชนประสานงากันอย่างแรง  รถเบนซ์สีขาวคันหรูยับย่นไปครึ่งคันราวกับกระดาษคนขับตายทั้งคู่  ณิชไปถึงเมื่อหน่วยกู้ภัยเริ่มทำงานแล้ว  เธอถ่ายรูปอย่างรวดเร็วก่อนที่ตำรวจจะมา  ภัทราบอกเธออย่างมั่นใจว่าคนขับรถเบนซ์คือ “สารนาถ  พิเศษพงศ์”  นักธุรกิจคนดัง     ณิชพยายามถ่ายภาพคนขับแต่ก็ยากเต็มทีอีกประการสภาพศพก็ทำให้ดูลำบาก  ณิชเชื่อว่าภัทราจำสารนาถได้     เพราะภัทราเป็นคนที่ชอบอ่านประวัติชีวิตคนดัง นักธุรกิจ  มหาเศรษฐี   และจำแม่นมากเข้าขั้นแฟนพันธุ์แท้คนหนึ่ง ณิชเชื่อสนิทใจเธอรีบกลับโรงพิมพ์เขียนข่าวส่งภาพตามหน้าที่อย่างรวดเร็ว

ที่ “บ้านพิเศษพงศ์”  เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสารนาถ ปวีร์  และวศินต้องปวดหัวเพราะมีโทรศัพท์มาแสดงความเสียใจ  และถามข่าวตลอดเวลา  สารนาถโกรธมากที่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นที่ณิชทำงานอยู่ลงข่าวผิดพลาด  เขาถือว่าทำให้ธุรกิจของเขาต้องได้รับผลกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง  สารนาถสั่งให้ปวีร์จัดการเรื่องนี้โดยเร็วและเฉียบขาดที่สุด  ปวีร์เองก็โกรธมากเช่นกันที่นักข่าวที่ทำข่าวขาดความรับผิดชอบ             เขาติดต่อบรรณาธิการและยื่นคำขาดให้จัดการกับเรื่องนี้  บก.พยายามขอโทษและรับว่าจะรีบลงแก้ข่าวให้โดยเร็วแต่ปวีร์ก็ยังไม่พอใจ  เขาขู่ไปว่าถ้าขืนยังรับนักข่าวอ่อนหัดอย่างนี้หนังสือพิมพ์คงต้องถูกฟ้องรายวันแน่  ปวีร์พูดแกมขู่จน บก.รับปากว่าจะไล่นักข่าวต้นเหตุออกจากงาน  ส่วนณิชนั่งรออยู่ที่กองบก.อย่างกระวนกระวายเธอเจ็บใจที่ทำงานพลาดและพร้อมที่จะรับโทษ  ณิชมีเพื่อนรุ่นพี่หลายคนที่เข้าใจและเห็นใจเธอ     ยกเว้น เบญจรัตน์ นักข่าวสาวรุ่นพี่ที่หมั่นไส้ณิชมานาน  และรอโอกาสที่ณิชจะพลาดอย่างนี้อย่างสะใจ     เบญจรัตน์จึงพูดจาเหน็บแนมกระทบกระแทกจนณิชแทบทนไม่ไหว  เบญจรัตน์บอกว่าโทษร้ายแรงอย่างนี้ บก.คงไล่ณิชออกแน่  ณิชใจหาย   แต่เมื่อ บก.บอกเธอว่าเขาจำเป็นต้องไล่เธอออกเพราะปวีร์ลูกชายสารนาถไม่ยอมจบเรื่องและรับคำขอโทษใดๆทั้งสิ้นจนกว่าจะไล่เธอออกจากงาน  ณิชเจ็บใจมากขึ้นเมื่อเห็นท่าทางสะใจของเบญจรัตน์  จะอย่างไรก็ตามณิชตัดสินใจจะไปขอโทษสารนาถ  เธอพร้อมจะรับผิดชอบในการกระทำของเธอเสมอ  เย็นวันนั้นณิชจึงไปดักรอสารนาถที่หน้าบ้าน  เมื่อรถเบนซ์สีขาวคันหรูแล่นมาณิชก็ กระโดดขวางหน้าทันที  ปวีร์ลงจากรถโดยที่สารนาถและวศินอยู่ในรถ  เมื่อปวีร์รู้ว่าสาวห้าวทอมๆคนนี้ชื่อณิชเขาก็ไม่ฟังอะไรอีก  เขาไล่เธอด้วยถ้อยคำรุนแรงจนณิชโกรธย้อนกลับแรงๆบ้าง  ณิชโกรธมากขึ้นเมื่อปวีร์กลับขึ้นรถและขับรถเข้าบ้านอย่างไม่สนใจเธออีก  ณิชโกรธที่ปวีร์ทำเหมือนเธอไม่ใช่คน  เรื่องดูหมิ่นเกียรติศักดิ์ศรี  และเคารพความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันนี้   ณิชถือมาก   เธอจะโต้ตอบกลับรุนแรงทุกครั้งที่ถูกทำเหมือนดูถูก  วันรุ่งขึ้นณิชไปขอพบสารนาถหรือปวีร์ที่บริษัทฯ  แต่เลขาของทั้งคู่ไม่ยอมให้พบ     เพราะปวีร์สั่งห้ามอย่างเด็ดขาด  ณิชรออย่างอดทนที่มุมรับแขกหน้าห้องทำงานของสารนาถและปวีร์     ระหว่างรอเธอเห็นไพรุตมากับเพียงเพ็ญ  เสียงพูดคุยของทั้งคู่ทำให้ณิชรู้ว่าเพียงเพ็ญเป็นลูกของไพรุต           ณิชมองเพียงเพ็ญอย่างนึกชมที่หญิงสาวแต่งตัวเก๋ดูเป็นสาวหวานและมีบุคลิกมั่นใจ  ไพรุตแยกไปพบสารนาถ     ส่วนเพียงเพ็ญเดินเข้าห้องปวีร์อย่างคุ้นเคย  ณิชนั่งรออย่างอดทนแม้เลขาของปวีร์จะมาบอกเธอว่าให้กลับไปก่อนเพราะปวีร์คงไม่เสร็จธุระง่ายๆ  แต่ณิชปฏิเสธ  ในห้องทำงานของสารนาถ  ไพรุตถามเรื่องข่าวหนังสือพิมพ์อีกทำให้สารนาถโมโหบอกว่าปวีร์จัดการเรียบร้อยแล้ว  นักข่าวชื่อณิชถูกไล่ออกแต่ก็พยายามมาพบเขา  ซึ่งสารนาถและปวีร์คิดว่าคงมาขอร้องให้ช่วยเรื่องงานซึ่งทั้งสารนาถและปวีร์ไม่ต้องการให้ณิชมาวุ่นวายกับชีวิตของเขาอีก   ชื่อของณิชทำให้ไพรุตเอะใจว่าจะเป็นน้องของภรณี

ส่วนปวีร์และเพียงเพ็ญนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นที่รู้กันทั่วไป    ทั้งบริษัทฯและแวดวงไฮโซว่าเป็นแฟนกัน  เพียงเพ็ญรักปวีร์มากและมั่นใจว่าเขาก็รักเธอเช่นกันแม้ปวีร์จะไม่เคยบอกรักเลย  ทั้งคู่คุยกันอยู่นานจนถึงเวลาอาหารกลางวัน  ปวีร์จึงชวนเพียงเพ็ญเดินออกมาหาสารนาถเพื่อรับออกไปกินข้าวเพียงเพ็ญคลอเคลียร์ปวีร์ไม่ห่างเหมือนจะประกาศให้สาวๆเลขาหน้าห้องรู้ว่าเธอเป็นแฟนของปวีร์  ก่อนถึงห้อง      สารนาถณิชฉวยโอกาสเดินมาหาปวีร์อย่างค่อนข้างจะจู่โจม  เธอกลัวว่าจะพลาดโอกาสได้พบเขาการพรวดพราดเข้ามาของณิชทำให้ทั้งคู่ตกใจ  ปวีร์โกรธณิชและไล่เธออีกอย่างรุนแรง  เพียงเพ็ญมองณิชที่แต่งตัวตามสไตล์ถนัดคือเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์อย่างดูถูกว่าเธอเป็นนักข่าวกระจอกจริงๆ  ปวีร์ยิ่งเสียงดังมากขึ้นเมื่อ   ณิชไม่ยอมไปง่ายๆเธอพยายามพูดกับปวีร์อย่างใจเย็นและขอให้เขาฟังเธอบ้าง  ทว่าปวีร์ไม่ยอมแถมยังสั่งให้ รปภ. มาลากตัวเธอออกไปจากบริษัทฯอีกต่างหาก  การกระทำที่รุนแรงของปวีร์ยิ่งทำให้ณิชเกลียดและอยากเอาชนะมากขึ้นอีก  เย็นนั้นไพรุตแวะมาหาภรณี  เมื่อพบณิชเขาพูดดูถูกกึ่งตำหนิในความดื้อและการทำงานที่สะเพร่าของเธอแถมยังซ้ำเติมว่าการที่เธอถูกไล่ออกจากงานนั้นเหมาะสมแล้ว  คำพูดของไพรุตยิ่งทำให้ณิช   ยิ่งแค้น  เธอขยับปากจะตอบโต้เขาบ้างทว่าเมื่อเห็นสีหน้าอึดอัดใจ และแววตาขอร้องของพี่สาวณิชก็ตัดใจเดินหนีเข้าห้องส่วนตัว  เธอไม่อยากให้ภรณีต้องเสียใจหรือมีเรื่องทะเลาะกับไพรุตเพราะเธอ  ณิชรู้ว่าภรณีรัก    ไพรุตมาก  เวลาผ่านไปปวีร์ดีใจที่ณิชไม่ได้ตามตอแยหรือวุ่นวายกับเขาและบิดาอีก  ปวีร์ไม่รู้ว่าณิชนั้นเป็นคนที่ดื้อ  มุ่งมั่น   และเอาจริงมากแค่ไหน    เมื่อตั้งใจจะทำอะไรแล้วเธอต้องทำให้ได้  ณิชไปสืบจากภัทราจนรู้ว่า    สารนาถกับปวีร์ชอบมาออกกำลังที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งทุกวันหยุดดังนั้นเช้ามืดวันเสาร์ณิชในชุดกีฬาจึงไปซุ่มรออยู่ที่บริเวณหน้าสวนสาธารณะแห่งนั้น   ปวีร์พาสารนาถมาจริงๆ  ตอนแรกปวีร์และสารนาถวิ่งเบาๆไปด้วยกันสักพักหนึ่งปวีร์ก็เร่งความเร็ววิ่งนำหน้าบิดาไป  สารนาถนั้นอายุมากแล้วแม้จะแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกันแต่ก็สู้ลูกชายไม่ได้    ณิชเดินแกมวิ่งมาห่างๆเมื่อเห็นว่าปวีร์วิ่งห่างสารนาถไปไกลมากแล้ว  ณิชก็วิ่งขึ้นมาคู่กับสารนาถทันที  ณิชทักสารนาถอย่างสดใส  สารนาถตกใจที่จู่ๆณิชก็วิ่งมาใกล้เขาหยุดวิ่งและมองเธออย่างรำคาญ  ทว่าณิชทำให้เขาแปลกใจมากขึ้นเมื่อเธอบอกว่าเธอมาดักรอเขาเพื่อจะขอโทษที่ลงข่าวผิดพลาด    ทำให้เขาเสียหาย  ณิชไหว้สารนาถอย่างอ่อนโยนและเรียบร้อยผิดกับท่าทางห้าวและเปรียวที่สารนาถเคยพบ     ท่าทางณิชดูจริงใจจนสารนาถเชื่อและยอมให้อภัย  เธอก็สบายใจ ณิชทำท่าจะวิ่งจากไปแต่สารนาถกลับชวนคุยว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาและปวีร์ชอบมาที่นี่  ณิชยิ้มให้อย่างแจ่มใสตาเป็นประกาย    ก่อนจะบอกว่าอาชีพของเธอคือนักข่าว  เรื่องแค่นี้ถ้าทำไม่ได้เธอก็ไม่ควรเป็นนักข่าวอีกต่อไป  ณิชเอ่ยปากลาอีกครั้ง  ทว่าอะไรบางอย่างในตัวณิชทำให้สารนาถนึกเอ็นดูเขาชวนเธอวิ่งเบาๆต่อไปด้วยกันณิชทำตามอย่างดีใจ    เธอถือว่านี่คือการยอมรับคำขอโทษและให้อภัยเธออย่างแท้จริง  ณิชรักษาจังหวะวิ่งให้พอดีกับสารนาถและคอยชำเลืองดู    เผื่อสารนาถจะเหนื่อยเกินไป  เธอดูแลเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง  ส่วนปวีร์เมื่อรู้สึกตัวว่าวิ่งห่างจากบิดามากเกินไปเขาก็วิ่งย้อนกลับมาด้วยความเป็นห่วง  ภาพของณิชที่วิ่งคู่อยู่กับสารนาถทำให้ปวีร์โกรธขึ้นมาอีก    ในสายตาของเขาแล้วณิชคือตัวป่วน  ตัวอันตราย   สำหรับเขาและบิดา  ปวีร์วิ่งกลับมาหาสารนาถด้วยสีหน้าบึ้งตึง  เมื่อถึงตัวสารนาถณิชก็ยิ้มยั่วปวีร์อย่างผู้ชนะก่อนจะหันไปลาสารนาถอีกครั้ง  พูดยิ้มๆว่าคราวนี้คงต้องไปจริงๆก่อนที่ปวีร์จะจับเธอหักเป็นท่อนๆ   ณิชวิ่งจากไปอย่างรวดเร็วปวีร์ทำท่าจะวิ่งตามไปเอาเรื่องกับเธอ    แต่สารนาถกลับห้ามไว้  สารนาถดูอารมณ์ดีจนปวีร์แปลกใจ  สารนาถบอกปวีร์ว่าเข้าใจณิชผิดไปจริงๆแล้ว  ณิชเพียงต้องการขอโทษเท่านั้น  เขาชมณิชให้ปวีร์ฟังอีกว่าณิชเป็นคนที่มุ่งมั่น  เอาจริงเอาจังรับผิดชอบ      เกินอายุ  ปวีร์ฟังอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่  ระหว่างที่ณิชตกงานเธอจึงมีเวลาไปกราบแม่ชีบ่อยขึ้น  แม่ชีจึงชวนณิชไปโรงพยาบาลโรคจิตเพื่อทำบุญ  แม่ชีบอกว่าเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง  และตัวณิชจะได้รู้สึกดีขึ้นเมื่อพบพวกเขาณิชตามแม่ชีไปอย่างเต็มใจ  ระหว่างที่แม่ชีติดต่อกับเจ้าหน้าที่ณิชนั่งรออยู่มุมหนึ่งมองบรรยากาศทั่วๆไป  ภาพของคนไข้ที่นั่งเหม่อหรือนั่งพูดคนเดียวเหมือนมีโลกส่วนตัวอย่างสนใจ   ณิชนั่งเพลินจนเห็นรถเบนซ์สีขาวที่คุ้นตาแล่นเข้ามาในโรงพยาบาล  เธอจำได้ว่าเป็นรถของสารนาถณิชหลบไปแอบมองจนเห็นว่าทั้งสารนาถและปวีร์มาด้วยกันวิญญาณนักข่าวเข้าสิงทันที  เธอแอบเดินตามทั้งคู่ไปจนถึงห้องพักของรุ่งทิพย์  สารนาถ  ปวีร์  และหมอเข้าไปในห้อง  ณิชรีบไปดูชื่อคนไข้อย่างว่องไว  เสียงพูดคุยในห้องทำให้ณิชงง  เพราะเสียงรุ่งทิพย์ไล่สารนาถอย่างเกรี้ยวกราดเกลียดชัง  ขณะที่สารนาถพยายามง้อ    เสียง  ปวีร์ที่เรียกรุ่งทิพย์ว่าแม่ทำให้ณิชยิ่งงง  รุ่งทิพย์เรียกปวีร์ว่าลูกอย่างสุดรักสุดหวงเธอเขย่งดูตรงช่องประตูอย่างสนใจ  เธอจำได้ว่าสารนาถเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นม่ายภรรยาตายไปหลายปีแล้วก็ถ้าเป็นอย่างนั้นผู้หญิงในห้องนี้เป็นใคร  ณิชเขย่งดูอย่างสนใจจังหวะพอดีที่รุ่งทิพย์เกรี้ยวกราดไล่สารนาถอีก  ปวีร์จึงพาสารนาถออกมา   ณิชรีบหาทางหลบอย่างตกใจแต่ไม่ทัน  ปวีร์และสารนาถเห็นเธอเต็มตา  ปวีร์โกรธอย่างบอกไม่ถูก     ยิ่งเห็นกล้องถ่ายรูปและเทปในมือของณิชปวีร์และสารนาถเข้าใจผิดว่าณิชแอบตามเขามา  ปวีร์ก้าวเข้ามาหา ณิชอย่างพร้อมจะอาละวาด  ณิชจึงแกล้งยกกล้องถ่ายรูปขึ้นเธอกดแฟลชเฉยๆติดๆกันปวีร์และสารนาถยกมือปิดหน้าให้ชุลมุนไปหมด  ณิชฉวยโอกาสวิ่งหนีแต่ปวีร์ก็ตามจนทัน  เขาขอฟิล์มจากเธออย่างคุกคาม  ข่มขู่      ณิชซึ่งเกลียดปวีร์อยู่แล้วก็ยิ่งยั่วและไม่ยอมให้  ปวีร์จึงเข้าแย่งกล้องจากมือณิชทันที  ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกันสุดฤทธิ์  ณิชสู้แรงปวีร์ไม่ได้  เธอถูกเขาผลักจนกระเด็นหงายหลังก้นกระแทกอย่างแรงณิชเจ็บร้าวไปทั้งหลัง     แต่ก็กัดฟันลุกขึ้นโวยวายเมื่อเห็นปวีร์เปิดกล้องกระชากม้วนฟิล์มและดึงออกมาอย่างสะใจ  ปวีร์มองณิชอย่างเกลียดชังและสะใจก่อนจะโยนกล้องถ่ายรูปคืนให้เธอ  ณิชโกรธจนอยากจะฆ่าปวีร์ให้ตายคามือ  เธอแค้นมากและหาทางแก้แค้นปวีร์อย่างชนิดที่ปวีร์ต้องจำไปจนตาย  รุ่งขึ้นณิชไปขอพบปวีร์เมื่อเลขาทำท่าจะไม่ให้พบ     เธอก็บอกเลขาให้ไปบอกปวีร์ว่าถ้าไม่ยอมพบเธอในวันนี้ “ตระกูลพิเศษพงศ์” ได้ดังทั้งเมืองแน่  ณิชเตรียมปะทะกับปวีร์อย่างใจเย็นคำขู่ของเธอได้ผล  ปวีร์ยอมให้เธอพบเขา  เมื่อพบกันปวีร์ขอซื้อข่าวเรื่องมารดาทันที    แต่ณิชกลับยั่วยอกย้อน  บอกว่าเธอยังไม่ได้คิดจะเขียนตอนนี้  แต่ที่มาก็เพื่อขอค่าชดใช้สำหรับฟิล์ม  ปวีร์กัดฟันเปิดกระเป๋าหยิบเงินโยนให้เธอประมาณ 500 บาท  แต่ณิชไม่ยอมเธอต้องการ 5,000.-  ปวีร์กัดฟันหยิบให้และพยายามรวบรัดว่า  5,000.- นี้เป็นค่าข่าว  ทว่าณิชไม่ยอมรับปาก  เธอยั่วโมโหจนปวีร์แทบคลั่ง  ณิชไป  กราบแม่ชีอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ  เธอส่งเงิน 5,000.- ให้แม่ชีและบอกว่าเป็นเงินบริจาคซ่อมหลังคาอุโบสถ     ณิชขอให้แม่ชีออกใบอนุโมทนาบัตรในนามของ “ปวีร์  พิเศษพงศ์”   เรื่องที่ณิชบังเอิญพบกับสารนาถและ  ปวีร์ที่โรงพยาบาลโรคจิตกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างไม่น่าเป็นไปได้   สารนาถกลัวว่าณิชจะทำข่าวจึงบอกไพรุตซึ่งเคยหลุดปากบอกเขาว่ารู้จักณิชให้ไปของร้องณิชว่าอย่าทำข่าวเรื่องนี้  ไพรุตไปขู่ภรณีเรื่องจึงวนกลับมาหาแม่ชีสุดาอีกจนได้  แม่ชีให้ณิชมาพบและพาเธอไปพบกับรุ่งทิพย์ทั้งที่คราวก่อนณิชยังไม่มีโอกาสพบกับ      รุ่งทิพย์ด้วยซ้ำไป  สภาพของรุ่งทิพย์ทำให้ณิชอึ้งด้วยความสงสารจับใจ  แม่ชีปล่อยให้ณิชคุยกับรุ่งทิพย์ตามลำพัง  ด้วยความอ่อนโยนและมีเมตตาอยู่ในใจอยู่แล้วณิชจึงคุยกับรุ่งทิพย์อย่างอ่อนโยน  อบอุ่น เธอหาเรื่องสนุกๆมาคุยให้รุ่งทิพย์ฟังจนรุ่งทิพย์ติดใจ  อารมณ์แจ่มใสเป็นพิเศษ รุ่งทิพย์บอกให้ณิชมาหาเธอบ่อยๆ     ระหว่างนั่งรถกลับวัดกับแม่ชี  ณิชเงียบขรึมอย่างผิดปกติ เมื่อถึงวัดณิชบอกแม่ชีว่าเธอสงสารรุ่งทิพย์มาก     และจะไม่ทำข่าวเรื่องรุ่งทิพย์เด็ดขาด  การที่ได้คุยกับรุ่งทิพย์ทำให้ณิชเกลียดสารนาถและปวีร์มากขึ้นไปอีก     เมื่อรุ่งทิพย์เล่าให้เธอฟังว่า 2 พ่อลูกไม่ค่อยจะมาเยี่ยมเธอ  ณิชเข้าใจดีว่ารุ่งทิพย์ขาดความรักความอบอุ่นทางใจโดยเฉพาะจากสามีและลูกชาย  เวลาผ่านไปณิชไปเยี่ยมรุ่งทิพย์แทบทุกอาทิตย์  ความช่างคุยและอ่อนโยนของณิชทำให้อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นเรื่อยๆจนเรียกได้ว่าสามารถกลับไปอยู่บ้านได้  สารนาถและปวีร์รู้ข่าวจากหมอที่รักษารุ่งทิพย์อย่างดีใจ  ทว่าเมื่อสารนาถและปวีร์ไปรับเข้าจริงๆรุ่งทิพย์กลับไม่ยอมกลับบ้าน      ณิชแวะไปเยี่ยมตามปกติพร้อมหนังสือธรรมะจากแม่ชี  ณิชชะงักเมื่อเห็นสารนาถและปวีร์อยู่ในห้อง  ณิชกำลังจะหลบทว่ารุ่งทิพย์เห็นเสียก่อน  เธอเรียกณิชมาหาอย่างคุ้นเคยและดีใจ  ปวีร์ตะลึงมองภาพรุ่งทิพย์กอดณิชด้วยความรักและเอ็นดู  เขานึกว่าฝันไปเพราะณิชเองก็ดูอ่อนโยนกับรุ่งทิพย์ราวกับเป็นคนละคนกับนักข่าวสาวห้าวจอมบู๊ จอมกวนที่เขารู้จัก  ตกลงวันนั้นรุ่งทิพย์ไม่ยอมออกจากโรงพยาบาลเธอคงยืนยันว่าเกลียดสารนาถ  คำพูดของรุ่งทิพย์ทำร้ายจิตใจของสารนาถมากเขารู้สึกผิด  และอยากรับรุ่งทิพย์กลับมาอยู่บ้าน     สารนาถให้ปวีร์ขอร้องให้ณิชช่วย  ปวีร์ฝืนใจทำตามคำขอของบิดา  ทว่าณิชปฏิเสธไม่ใช่เพราะเล่นตัว        เธออยากให้สารนาถและปวีร์พิสูจน์ความรัก  ความจริงใจให้รุ่งทิพย์รู้ด้วยตัวเองมากกว่า  ทว่าปวีร์ไม่เข้าใจ     ทั้งคู่ทะเลาะกันอีกจนได้ทั้งที่ปวีร์อุตส่าห์เลือกสถานที่ในการคุยธุระสำคัญเป็นร้านอาหารหรู   บรรยากาศดี     ตัวณิชเองก็แต่งตัวสวยน่ารักดูเผินๆทั้งคู่เป็นหนุ่มสาวคู่รักที่เหมาะสมกันมาก  ปวีร์โชคไม่ดีที่เบญจรัตน์บังเอิญมาพบเข้าเธอเข้าใจผิดปวีร์อย่างอยากรู้อยากเห็น  ณิชจึงแกล้งทำยั่วประสาทด้วยการทำสวีทกับปวีร์เป็นพิเศษ  เธอปรามปวีร์ด้วยสายตาว่าถ้าเขาขัดคอเธอเรื่องของรุ่งทิพย์เป็นอันจบกัน  ปวีร์แทบคลั่งเพราะรู้ว่าเบญจรัตน์ต้องบอกเพียงเพ็ญแน่ๆ    

วันรุ่งขึ้นเพียงเพ็ญมาพบปวีร์และเลียบเคียงถามเรื่องณิชกับปวีร์  เขาปฏิเสธและบอกเพียงว่าเขามีธุระสำคัญจะพูดกับณิชเท่านั้น  เมื่อณิชไม่ยอมตกลงกับปวีร์  สารนาถจึงมาดักพบณิชเองที่บ้านเขาขอร้องให้เธอช่วยและยอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นความผิดของเขา  แต่เขาก็เลิกหมดเมื่อรุ่งทิพย์ป่วย  ณิชใจอ่อนยอมช่วยพูดกับรุ่งทิพย์  แต่เธอไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ  สารนาถดีใจมากเขามั่นใจว่าณิชทำได้  เมื่อณิชไปพบรุ่งทิพย์ชวนคุยและชวนเธอกลับบ้าน  รุ่งทิพย์ไม่ยอมท่าเดียวจนณิชเกิดความคิดใหม่ชวนรุ่งทิพย์ไปอยู่บ้านเธอ  รุ่งทิพย์ตกลงทันที  ณิชคิดว่าทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป  เธอวางแผนให้สารนาถและปวีร์มาเยี่ยมรุ่งทิพย์บ่อยๆสักวันหนึ่งรุ่งทิพย์คงยอมกลับบ้านพิเศษพงศ์  ณิชติดต่อบอกสารนาถเขายอมรับตามข้อตกลง  การที่รุ่งทิพย์ยอมออกจากโรงพยาบาลสารนาถก็พอใจแล้วการเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับณิช  ทำให้ณิชบอกให้สารนาถขออนุญาตไพรุตก่อน      สารนาถจึงรู้ว่าภรณีพี่สาวของณิชเป็นเมียน้อยของไพรุต  ในวันที่สารนาถและปวีร์ไปรับรุ่งทิพย์นั้นณิช       ไปด้วย  ปวีร์มองภาพณิชกับรุ่งทิพย์อย่างไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาจึงติดใจอะไรณิชนักหนา  ปวีร์เข้าใจว่าณิช ประจบประแจงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง  ภรณีเกร็งเล็กน้อยเพราะรู้ว่ารุ่งทิพย์เกลียดผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยมาก  ณิชพยายามทำทุกอย่างให้เป็นปกติ  เธอคอยปลอบภรณีให้เป็นตัวของตัวเองณิชมั่นใจว่าความอ่อนโยน   อ่อนหวานของภรณีต้องชนะใจรุ่งทิพย์ได้  ส่วนรุ่งทิพย์พอใจและมีความสุขมากเธอเข้ากับภรณีได้ดี  ถึงแม้ได้รู้ความจริงในวันหนึ่งโดยบังเอิญ  ปวีร์และสารนาถเครียดเพราะกลัวว่ารุ่งทิพย์จะช็อค  ปวีร์ขู่ณิชว่าถ้ารุ่งทิพย์เป็นอะไรไปเธอต้องรับผิดชอบณิชเองก็ใจสั่น  ลุ้นว่ารุ่งทิพย์จะรับสถานการณ์ได้หรือไม่ทว่ารุ่งทิพย์กลับปรับตัวได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ  เธอยอมรับและเข้าใจภรณีเพราะความดีของ 2 พี่น้อง ความน่ารักของภรณีและณิชที่ดูแลเธออย่างดีทำให้รุ่งทิพย์เกลียดภรณีไม่ลง  ตรงกันข้ามเธอกลับสงสารและเห็นใจภรณีด้วยซ้ำไป ณิชยังคงสนุกกับงานและกลับมาดูแลรุ่งทิพย์ทุกเย็น  ถ้าปวีร์และสารนาถมาเธอจะหลบให้พ่อ-แม่-ลูก ได้อยู่ด้วยกัน  เพียงเพ็ญรับรู้เรื่องรุ่งทิพย์ไปอยู่กับณิชอย่างร้อนใจ  เธอไม่ต้องการให้ปวีร์และณิชใกล้ชิดกัน       เพียงเพ็ญพยายามให้ปวีร์พาไปหารุ่งทิพย์  แต่ปวีร์เกรงใจไพรุตจึงไม่ยอมพาไป  ส่วนวรกานต์ก็ติดบ่อนมากขึ้น  เพียงเพ็ญพยายามให้มารดาเลิก  วรกานต์กลับมีเงื่อนไขว่าไพรุตเลิกกับเมียน้อยได้เมื่อไหร่เธอก็จะเลิกเล่นไพ่   วันหนึ่งเธอไปเล่นการพนันตามปกติเป็นวันที่เธอไม่มีโชคเลยวรกานต์เสียเงินจนหมด ทว่ายังไม่ยอมกลับบ้าน  เธอวนเวียนดูการเล่นการพนันประเภทต่างๆอย่างมันมือและอยากเล่น  ถ้ามีเงินวรกานต์คงไม่ยอมพลาด  เสียงเฮฮาจากวงไพ่วงหนึ่งทำให้วรกานต์สนใจ   เธอเดินเข้าไปดูและตกใจเมื่อพบวศินนั่งเล่นไพ่อย่างสนุกสนาน  ชิพตรงหน้าของเขากองโต วศินกำลังมือขึ้นเขาเล่นชนะทุกตาจนวงไพ่ต้องเลิกเพราะเขาเสียไพ่จนหมด  วรกานต์มองวศินอย่างไม่เชื่อตา  เธอพบวศินหลายครั้งเธอจำได้ว่าเขามีบุคลิกที่สุภาพ  เนี้ยบ   พูดจาเรียบร้อย   ขยันทำงานซึ่งต่างจากตรงนี้ราวกับคนละคน  ในบ่อนวศินคือนักพนันชั้นเซียนเลยทีเดียววศินเก็บชิพบนโต๊ะเพื่อไปแลกเงินเขามีความสุขมากคืนนี้  แต่เมื่อหันกลับมาวศินก็พบวรกานต์ยืนมองอยู่  เธออยู่ใกล้เขามากจนวศินหลบไม่พ้น   วรกานต์เป็นฝ่ายทักวศินก่อน  ทั้งคู่คุยกันเล็กน้อยและเหมือนจะรู้ดีว่าเรื่องการพนันในบ่อนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับ  ส่วนเพียงเพ็ญรุ่มร้อนเมื่อปวีร์ไม่ยอมพาเธอไปพบรุ่งทิพย์     ยิ่งมีแรงยุจากเบญจรัตน์ก็ทำให้เพียงเพ็ญคิดมาก  เธอแอบขับรถตามปวีร์และสารนาถไปในวันหนึ่งจนรู้ที่อยู่ของรุ่งทิพย์  ทว่าก่อนกลับเธอเห็นไพรุตบิดาของเธอมาที่บ้านนี้ด้วย  เพียงเพ็ญอึ้งเมื่อเห็นภรณีเดินออกมารับไพรุต  และไพรุตเดินโอบภรณีเข้าบ้านไปด้วยกัน  เพียงเพ็ญขับรถกลับบ้านอย่างสับสน บิดาของเธอรู้เห็นเป็นใจกับณิชและปวีร์ด้วยหรืออย่างไร  ท่าทางของไพรุตกับภรณีชัดเจนว่าภรณีนี่เองคือเมียอีกคนของบิดา     คืนนั้นเพียงเพ็ญนั่งรอไพรุตอย่างอดทนจนดึก  เพียงเพ็ญถามบิดาอย่างจริงจังจนไพรุตต้องยอมรับว่าภรณีคือเมียของเขาอีกคนจริงๆ  เพียงเพ็ญนึกสงสารวรกานต์เพราะเมื่อเทียบกันแล้วภรณีได้เปรียบในทุกกรณี       เพียงเพ็ญรับปากไพรุตว่าจะไม่บอกวรกานต์เรื่องที่อยู่ของภรณี

วันรุ่งขึ้นเพียงเพ็ญขับรถไปบ้านของภรณีเพื่อพบกับรุ่งทิพย์นั่นเอง  ภรณีตกใจเมื่อเห็นเพียงเพ็ญ       ถึงไม่เคยพบกันมาก่อนแต่ไพรุตก็มักจะเอารูปของเพียงเพ็ญและวรกานต์มาให้เธอดู  เธอรู้ว่าไพรุตรักและปลื้มในตัวเพียงเพ็ญมาก  ภรณีต้อนรับเพียงเพ็ญอย่างอ่อนหวานตามนิสัย  ส่วนเพียงเพ็ญมีท่าทางดูถูกเมื่อเข้าไปในบ้าน  เห็นการตกแต่งบ้านอย่างเรียบง่าย   มีรสนิยม   เธอก็ยิ่งหมั่นไส้    เธอวางอำนาจกับภรณีพูดจาข่มขู่   เหน็บแนม   เสียงดัง   โดยไม่รู้ว่ารุ่งทิพย์เดินลงมาจากห้องพักและได้ยินทุกคำ   รุ่งทิพย์สงสารภรณีที่โดนต่อว่าอย่างรุนแรง จึงเข้ามาช่วย    ส่วนเพียงเพ็ญเมื่อเห็นรุ่งทิพย์ก็มีท่าทางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เธอปรับท่าทีเป็นกุลสตรีผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน  และแนะนำตัวว่าเป็นใคร  เธอบอกรุ่งทิพย์ว่าเธอเป็นแฟนของปวีร์      เพียงเพ็ญเงียบกริบเมื่อรุ่งทิพย์พูดเรียบๆว่าปวีร์ไม่เคยบอกเธอว่ามีแฟนแล้ว  และไม่เคยพูดถึงชื่อเพียงเพ็ญเลยสักคำ  ท่าทีห่างเหินมึนตึงของรุ่งทิพย์ทำให้เพียงเพ็ญไม่กล้าเข้ามาใกล้ชิดประจ๋อประแจ๋ด

แกลลอรีขิงก็รา ข่าก็แรง