ฉก.น้ำหวาน...อันธพาลหลบไป
ฉก.น้ำหวาน...อันธพาลหลบไป

ฉก.น้ำหวาน...อันธพาลหลบไป

ละครวันอาทิตย์ เวลา 9.00 น.

บทประพันธ์ : เล่าเต็ง บทโทรทัศน์ :

กันตพงศ์ บำรุงรักษ์,แม็กกี้ อาภา,ภคมน สถิรบุตร,สิริลภัส กองตระการ

เรื่องย่อฉก.น้ำหวาน...อันธพาลหลบไป

“ แดง ไบเล่ย์ยังต้องหลบ...ปุ๊ ระเบิดขวดยังต้องถอย...
ไม่ใช่ว่าพวกเขาเจอกับซุปเปอร์ฮีโร่ในตำนานอะไรหรอก  
หากแต่เป็นสาวน้อยที่ไม่สวย  ไม่รวย  ไม่เก่ง  แต่ที่แน่ๆคือเฮงแน่นอน  
เพราะเธอมีพลังวิเศษที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ต่างๆ  
แล้วเธอก็รู้ด้วยว่า...ถ้าใครได้ดูละครเรื่องนี้จะต้องลุ้นระทึกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ 
กับภารกิจสุดพิลึกของเธอและเหล่าองครักษ์ของเธออย่างแน่นอน
....................................................................................

น้ำหวาน... (อาภา  ภาวิไล) สาวน้อยธรรมด๊าธรรมดา   หน้าตาก็ไม่สวยเริ่ดแต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่   ฐานะก็ปานกลาง   แถมยังไม่มีความสามารถพิเศษอะไร   แต่ทำไมถึงได้เกริ่นมาขนาดนี้...ไปฟังกันเลยดีกว่า   น้ำหวานเป็นลูกสาวคนเดียวของตำหนักเจ้าพ่อเปิ่น   หรือ  เปิ่น... (เฉลิมพร  พุ่มพันธ์วงศ์) พ่อจอมกะล่อนของเธอ   ผู้ที่ชาวบ้านละแวกนั้นให้ความเคารพนับถือเพราะเปิ่นคือเจ้าพ่อ  อ้ะๆ ไม่ใช่เจ้าพ่อมาเฟียอะไรที่ไหน   เจ้าพ่อในที่นี้หมายถึงเจ้าพ่อผู้มีอิทธิฤทธิ์สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ทุกอย่างได้นั่นเอง   เจ้าพ่อเปิ่นจึงเปรียบเหมือนที่พึ่งของคนในชุมชนที่ทุกคนให้ความเกรงใจ   แต่คนที่พ่อเปิ่นให้ความเกรงใจมีเพียงคนเดียวก็คือ  เจ้าแม่เรไร...แม่สุดสวยของน้ำหวานนั่นเอง   ที่เรียกว่าเจ้าแม่เพราะที่ตำหนักเจ้าพ่อเปิ่นนี่   แม่เรไรกับพ่อเปิ่นจะผลัดกันทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับชาวบ้าน   โดยเฉพาะใกล้วันหวยออก  ทั้งคู่แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะต้องคอยใบ้เลขให้กับชาวบ้าน   ภายในตำหนักทรงเจ้าพ่อเปิ่นประกอบด้วย   ลุงทอง... (นง  เชิญยิ้ม) มัคทายกของวัดผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายของเจ้าพ่อเปิ่น   และทำหน้าที่หางานคอยบอกกล่าวญาติโยมให้มาสะเดาะเคราะห์กันที่นี่   อีกคนก็คือ   ไม้... (เทวินธวิ์  คุณารัตนวัฒน์) เด็กรับใช้ประจำบ้าน   ที่จริงแล้วไม้เป็นเด็กวัดที่กำพร้าพ่อแม่   แต่พ่อเปิ่นเห็นแววว่าไอ้นี่กะล่อนพอตัวน่าจะใช้งานได้   จึงนำไม้มาชุบเลี้ยงจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำหนักทรงไป  

น้ำหวานไม่ค่อยชอบใจในอาชีพของที่บ้านเท่าไหร่   ไม่ใช่เพราะเธออายอะไรหรอก   แต่เธอไม่อยากให้พ่อเปิ่นกับแม่เรไรหลอกเงินชาวบ้านไปวันๆ อย่างนี้  เพราะเธอรู้ดีว่าพ่อกับแม่เธอไม่ได้มีพลังวิเศษอะไร แค่จับจุดความทุกข์ของคนที่มาหาได้ก็พอแล้ว  หรือจะเรียกแบบสวยหรูตามสมัยนิยมก็คือ  การใช้มายาจิต นั่นเอง   แต่ทุกครั้งที่เธอบอกกับพ่อเปิ่นและแม่เรไรให้เลิก   ก็มักจะถูกทั้ง  2 บอกว่า เพราะการที่ทำอย่างนี้จึงสามารถเลี้ยงดูและส่งเสียให้น้ำหวานเรียนหนังสือมาจนป่านนี้      หลายครั้งที่พ่อเปิ่นกับแม่เรไรถึงกับตั้งคำถามว่าตกลงแกเป็นลูกฉันหรือว่าลูก ไอ้เฮียโส่ย... (สมบัติ  ขจรไชยกุล) เจ้าของร้านสังฆภัณฑ์  ผู้ที่ไม่ค่อยลงรอยกับตำหนักเจ้าพ่อเปิ่น  เพราะตั้งแต่เจ้าพ่อเปิ่นมาเปิดที่นี่  ทำให้คนหันไปสะเดาะเคราะห์กับพ่อเปิ่น  ไม่ค่อยซื้อสังฆทานไปถวายเหมือนแต่ก่อน เฮียโส่ยจึงคอยหาเรื่องตำหนักเจ้าพ่อตลอดเวลา   แล้วยังมีอีกคนที่ต้องเสียรายได้   นั่นก็คือ รัศมี หรือคนแถวนั้นเรียกว่า มีมี่ (สิริลภัส  กองตระการ) นั่นเอง   มีมี่เป็นนางรำที่ชาวบ้านแถวนั้นอยากจะรำท่ามวยไทยถวายให้เหลือเกิน  เพราะปากและนิสัยที่เรียกว่าเป็นช่างเม้าท์ตัวแม่   มีมี่จะแพ้ทางให้ก็มีเพียงคนเดียวนั่นก็คือ ประคำ...(มณฑล  สุรวิทย์ธรรมะ) เด็กวัดกวนบาทา   ผู้เป็นที่เคารพนับถือของหมาวัดทั้งหลายนั่นเอง  

แม้ว่าชีวิตชุมชนที่ตำหนักและวัดจะมีเรื่องขัดแย้งยังไงก็ตาม   แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงจนกระทั่งวันนึง   ถ้าพ่อเปิ่นกับแม่เรไรเชื่อน้ำหวานที่บอกให้เลิกอาชีพร่างทรงก็คงจะดี   เพราะชีวิตของพวกเขากำลังจะเปลี่ยนไป   หลังจากที่ชายคนนึงก้าวขึ้นมาบนตำหนัก !!!

ชายคนนั้นต้องการให้พ่อเปิ่นกับแม่เรไรสืบหาของบางอย่างที่น้องชายเขาทำหายไป   ซึ่งเป็นของสำคัญมาก   พ่อเปิ่นกับแม่เรไรถึงกับมองหน้ากันเพราะไม่ค่อยถนัดเรื่องอย่างนี้ (จะถนัดได้ยังไงเพราะไม่มีพลังวิเศษจริงๆ นี่หว่า) แต่ทั้งคู่กลับรับปากชายคนนั้นเพราะชายคนนั้นยื่นเงินที่ดูๆ แล้วคงไม่ต่ำกว่าหลักแสนเป็นการตอบแทน   พ่อเปิ่นบอกกับชายคนนั้นว่าอีก 3 วันค่อยกลับมา   เพราะต้องใช้พลังในการทำสมาธิ (ที่จริงแล้วพ่อเปิ่นจะเอาเงินไปจ้างนักสืบตามหาของอีกที)   แล้วเรื่องวุ่นๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อน้ำหวานที่กำลังเดินกลับจากตลาด   ดันไปได้ยินชายคนนั้นคุยโทรศัพท์   แล้วน้ำหวานก็ต้องอึ้งไปเมื่อรู้ว่าชายคนนั้นคือโจรปล้นธนาคารที่ตำรวจกำลังตามหา   แล้วของที่ชายคนนั้นให้พ่อเปิ่นตามหาก็คือถุงเงินหลายสิบล้านที่น้องชายเขาซ่อนเอาไว้ก่อนจะถูกตำรวจวิสามัญนั่นเอง   น้ำหวานตกใจกำลังจะไปจากตรงนั้น   แต่แล้วชายคนนั้นก็หันมาเห็นน้ำหวานพอดี   ชายคนนั้นวิ่งไล่น้ำหวานเพื่อต้องการฆ่าปิดปาก   น้ำหวานวิ่งหนีสุดชีวิต   แต่แล้วน้ำหวานก็ดันสะดุดไม้บนสะพานข้ามคลองก่อนที่เธอจะหล่นลงไปในน้ำ   ร่างของเธอจมหายไปกับคลอง   ชายคนนั้นยิงซ้ำ   ยังดีที่ชาวบ้านแถวนั้นมา   จึงทำให้ชายคนนั้นหนีไป  

น้ำหวานจมน้ำจนขาดอากาศหายใจไปได้สิบนาที   หรือเรียกง่ายๆ ว่า  เธอได้ตายไปแล้วนั่นเอง   พ่อเปิ่นกับแม่เรไรร้องไห้แทบจะขาดใจ   แต่แล้วน้ำหวานก็ฟื้นขึ้นมาจากความตาย   ทุกคนตกใจก่อนจะกลายเป็นความดีใจเป็นที่สุด   น้ำหวานเองก็แปลกใจว่าทำไมเธอไม่หายใจไปสิบนาทีแล้วจึงฟื้นขึ้นมาได้   แต่ยังไงก็ช่างเถอะ...เธอไม่ตายก็ดีแล้ว  

น้ำหวานเล่าเรื่องที่ชายคนนั้นเป็นโจรปล้นธนาคารให้กับพ่อเปิ่นและแม่เรไรฟัง   ทั้งคู่ตกใจที่ดันหาเหาใส่หัวซะแล้ว   พ่อเปิ่นคิดๆๆๆ  แล้วคิดได้ว่า   ถ้าอย่างนั้นวันที่ชายคนนั้นมา  เขาจะใจดีสู้เสือแล้วคืนเงินให้กับชายคนนั้น   น้ำหวานหวังว่าเรื่องจะจบลงด้วยดี  

หลังจากที่น้ำหวานฟื้นขึ้นจากความตาย   เธอก็รู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยจากชายคนนึง (ไม่ใช่โจรปล้นธนาคารคนนั้น) กับหญิงอีกคนนึง   น้ำหวานรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นไอ้พวกที่ปล้นธนาคารแน่ๆ   น้ำหวานต้องอาศัยความเป็นคนในพื้นที่จึงหนีเอาตัวรอดจากชายหญิงคู่นั้นมาได้   และแล้ววันที่เจ้าโจรปล้นธนาคารนัดไว้ก็มาถึง   พ่อเปิ่นสารภาพว่าไม่รู้จริงๆว่าของเหล่านั้นอยู่ไหน   พร้อมกับคืนเงินให้กับโจรปล้นธนาคารคนนั้น   แต่เจ้าโจรกลับไม่พอใจเพราะพ่อเปิ่นดันหลุดพูดเรื่องเงิน   ทำให้เจ้าโจรคิดจะฆ่าปิดปากทั้งตำหนัก   แต่แล้วน้ำหวานก็เข้ามาขวางเอาไว้   วินาทีที่น้ำหวานมองหน้าของเจ้าโจรนั่น   ภาพการปล้นธนาคารและเส้นทางการหลบหนี   และเงินที่ซ่อนอยู่ก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน   วินาทีที่เจ้าโจรนั่นจะเหนี่ยวไก   น้ำหวานก็บอกว่าเธอรู้ว่าน้องชายเขาซ่อนเงินเอาไว้ที่ไหน  

ที่ใต้สะพานข้ามคลองน้ำหวานบอกกับเจ้าโจรคนนั้นว่าน้องชายของเขาซ่อนเงินเอาไว้ที่ใต้สะพานโดยผูกติดไว้กับไม้โดยมีผักตบชวาคอยบังไว้   เจ้าโจรให้ไม้ดำลงไปเอาขึ้นมา   เพราะถ้าไม่มีอยู่จริง   ทั้งหมดจะโดนยิงเรียงตัวทันที   แต่แล้วทุกคนก็ดีใจเหมือนได้เกิดใหม่เพราะไม้ดันเจอถุงเงินซ่อนอยู่ใต้น้ำจริงๆ   ไม้รีบเอาขึ้นมาให้กับเจ้าโจรนั้น   เจ้าโจรดีใจที่ได้เงินคืน  ก่อนจะหันกระบอกปืนมาจะฆ่าทุกคนปิดปาก   น้ำหวานตกใจเพราะเจ้าโจรไม่ทำตามสัญญา   วินาทีที่เจ้าโจรนั้นจะเหนี่ยวไก   อยู่ๆ ชายกับหญิงคู่นั้นก็เข้ามาช่วย   ก่อนจะจัดการกับเจ้าโจรปล้นธนาคารจนสิ้นฤทธิ์   เมื่อเจ้าโจรหมดฤทธิ์แล้วชายกับหญิงคู่นั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย   ทำให้น้ำหวานสงสัย   เพราะเธอเคยเชื่อว่าทั้ง 2 เป็นพวกของเจ้าโจรปล้นธนาคาร   แสดงว่าเธอคิดผิด  

พ่อเปิ่นกับแม่เรไรแปลกใจที่น้ำหวานสามารถบอกที่ซ่อนเงินได้   น้ำหวานบอกว่าอยู่ๆ มันก็เห็นขึ้นมาเอง   พ่อเปิ่นกับแม่เรไรดีใจกันใหญ่   เพราะนั่นหมายถึงน้ำหวานจะต้องกลายมาเป็นเจ้าแม่อีกคน   น้ำหวานได้ยินอย่างนั้นก็รีบชิ่งทันที  

แต่แล้วน้ำหวานก็ต้องชะงักไปเมื่อได้พบกับชายกับหญิงคู่นั้น   น้ำหวานจะวิ่งหนี   แต่ชายกับหญิงคู่นั้นก็บอกความจริงให้กับน้ำหวานฟังว่า   ที่จริงแล้วเขาคือ   รตอ.คมกฤช  (กัณตพงศ์  บำรุงรักษ์) เป็นตำรวจกองปราบปรามที่ถูกคัดเลือกให้มาทำภารกิจลับของชาติ   โดยที่  พ.ต.ต.เอกยุทธ (โอลิเวอร์  บีเวอร์) หัวหน้าหน่วยของเขาไม่ได้บอกว่าภารกิจนั่นคืออะไร   บอกเพียงอย่างเดียวคือให้คุ้มครองผู้หญิงที่ชื่อน้ำหวาน   เรื่องนี้สร้างความสงสัยให้กับคมกฤช และ จ่าแก้ว... (ต๋อง  ชวนชี่น) จ่าตำรวจรุ่นพี่   ผู้ซื่อตรงทุกสถานการณ์   และเป็นคู่หูกับคมกฤชมาแต่ไหนแต่ไร   ไม่เพียงแต่คมกฤชกับจ่าแก้วที่อยากรู้ว่าน้ำหวานมีความสำคัญยังไงถึงต้องให้เขามาคุ้มครอง   แม้แต่ ร.ต.อ.ชนะศึก...คู่ปรับตลอดกาลของคมกฤชเองก็อยากรู้เช่นกัน   เพราะเรื่องอะไรที่ทำแล้วได้หน้าได้ความดีความชอบ   ชนะศึกจะไม่รอช้าอยู่แล้ว   แล้วความจริงก็เฉลยจาก อเดล   ทับสะอ้อน  (รฐกร  สถิรบุตร) (เป็นลูกครึ่งอเมริกา – สุรินทร์) ว่าเธอเองก็เป็นสายลับจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ที่เป็นหน่วยงานลับของประเทศ   ได้รับหน้าที่ให้มาคุ้มครองน้ำหวาน   เพราะคอมพิวเตอร์สมองกลของสหรัฐอเมริกาบอกว่า  น้ำหวานคือผู้หญิงที่จะมากอบกู้โลกจากเหล่าอธรรม    เพราะน้ำหวานมีความสามารถพิเศษที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอดีตและอนาคตได้   น้ำหวานได้ยินอย่างนั้นก็เป็นลมล้มทั้งยืน

น้ำหวานตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นก่อนจะดีใจเพราะคิดว่าเธอคงจะฝันไปว่าเธอคือผู้หญิงที่จะกอบกู้โลก   แต่แล้วน้ำหวานก็ต้องอึ้งไปเพราะเธอเห็น  อเดล...มาเปิดแผงขายพระเครื่องที่หน้าวัดใกล้บ้าน   ส่วนคมกฤชก็มาเปิดร้านกาแฟใกล้ๆ ตำหนักเธอ    พร้อมกับที่ทั้ง 2 มาหาเธอแล้วยื่นภารกิจแรกให้กับเธอ   นั่นก็คือการตามหาสายลับของกองกำลังข้ามชาติ   ที่กำลังจะเข้ามาก่อวินาศกรรมในประเทศไทย  !!! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อต้องติดตามกัน...

..................................................................................................

แกลลอรีฉก.น้ำหวาน...อันธพาลหลบไป