กาลครั้งหนึ่ง..ในหัวใจ
กาลครั้งหนึ่ง..ในหัวใจ

กาลครั้งหนึ่ง..ในหัวใจ

ละครหลังข่าว พุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.

บทประพันธ์ : ชญาน์พิมพ์ บทโทรทัศน์ : สถาพร สุชาติ

มิกค์ ทองระย้า,พิมประภา ตั้งประภาพร,กิตตน์ก้อง ขำกฤษ,จุติ จำเริญเกตุประทีป,กรรณาภรณ์ พวงทอง,นนทพันธ์ ใจกันทา,อนิสา นูกราฮา,สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ

เรื่องย่อกาลครั้งหนึ่ง..ในหัวใจ

เรื่องย่อละครกาลครั้งหนึ่งในหัวใจ

เมื่อสิ่งที่ตาเห็นอาจไม่ใช่ความจริงที่หัวใจสัมผัสได้ กาลครั้งหนึ่งที่ชายหนุ่มนิรนามพาฟ้าใสเข้าไปเจอกับเหตุการณ์เลวร้าย  จนนำความวุ่นวายมาสู่ชีวิตเธอไม่หยุดไม่หย่อน  จึงกลับกลายเป็นความรักความผูกพันที่ประทับอยู่ในหัวใจของเธอตลอดไป..........

ฟ้าใส คอลัมม์นิสต์สาว ตัวเล็กตาโตหน้าใสแต่หัวใจกำลังบอบช้ำ กำลังคิดหาวิธีหลบเลี่ยงความเจ็บปวดด้วยการออกจากพื้นที่ที่คิดว่าจะได้เจอกับหมออิฐ  หมอหนุ่มหน้าหล่อตัวการความเจ็บปวดที่เธอจับได้ว่าเขากับ หมอขวัญ เพื่อนร่วมงานที่โรงพยาบาลและเป็นทายาทคนเดียวของ หมออภิวัตร เจ้าของโรงพยาบาล ถึงขั้นจะแต่งงานกันด้วยเหตุผลของความเหมาะสมที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยินดี  เพราะตลอดเวลาที่หมออิฐกับฟ้าใสคบกันนั้น  ผู้ใหญ่ฝ่ายหมออิฐไม่เคยชอบฟ้าใสเอาเสียเลย  แม้หมออิฐจะพยายามบอกว่า  เขายังรักเธอเพียงคนเดียว  แต่เมื่อหมออิฐเลือกความเหมาะสมมากกว่าความรัก  ฟ้าใสจึงเป็นฝ่ายขอเลิกคบกับหมออิฐเสียเอง  แต่จนแล้วจนรอดหมออิฐก็ยังแอบมาตามตื้อฟ้าใสทุกครั้งที่หมอขวัญไม่ว่าง   เพื่อเป็นการตัดให้ขาดอย่างจริงๆจังๆ  ฟ้าใสจึงขอลาพักร้อนยาวไปเที่ยวกับ ปุยฝ้าย  เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนเข้ามาทำงานนิตยสารด้วยกัน  โดยปุยฝ้ายเป็นเลขาของพี่ ราเมศ บก.และเป็นเจ้านายของฟ้าใส  นุตรา คอลัมม์นิสต์สาวเพื่อนอีกคนในแก๊งค์อยากไปด้วยใจแทบขาด  เพราะตั้งแต่เธอได้รู้จักสองสาวเมื่อมาทำงานที่นี่ก็ยังไม่เคยได้ไปเที่ยวกับเพื่อนทั้งสองเลย  แต่ราเมศให้ไปไม่ได้เพราะนุตราต้องทำงานแทนสองสาวควบทั้งคุมคอลัมน์แทนฟ้าใสและเลขาแทนปุยฝ้าย  เล่นเอานุตราเซ็งจิต!

คุณนาย ชวนชม และ คุณกวินทร์  พ่อกับแม่ของฟ้าใสไม่เห็นด้วยที่สองสาวจะไปเที่ยวกันตามลำพัง  แต่เมื่อเห็นหมออิฐยังวนเวียนมาขอตื้อคืนดีกับลูกสาวโดยที่ไม่คิดจะยกเลิกการแต่งงานเพราะกลัวผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะเสียหน้า  คุณนายชวนชมกับคุณกวินทร์จึงกลับใจแถมเงินติดกระเป๋าให้สองสาวไปใช้จ่ายอย่างมีความสุข  เพราะยังไงก็คงดีกว่าให้ลูกสาวต้องเจ็บกับการเจอผู้ชายอ่อนแออย่างหมออิฐ

การท่องเที่ยวเมืองฟุกูโอกะ ของฟ้าใสและปุยฝ้าย เกือบจะไม่ราบรื่นทั้งๆ ที่เมืองสวย  คนน่ารัก  อากาศดีดนตรีไพเราะวัฒนธรรมสุดแสนงดงาม  แต่ทั้งหมดกลับกลายเป็นเข็มแหลมทิ่มแทงใจฟ้าใจ  เพราะทุกที่ๆ ไปฟ้าใสจะต้องเจอคู่รักวัยหวานกระหนุงกระหนิงกัน   ความตั้งใจเดิมที่คิดจะตัดขาดจากหมออิฐกลับยิ่งทำให้เธอคิดถึงหมออิฐและอยากจะเสก ปุยฝ้ายให้กลายเป็นหมออิฐซะงั้น  จะได้ควงกันเที่ยวในบรรยากาศโรแมนติคซะเลย   

ในขณะเดียวกันหมออิฐเองเมื่อฟ้าใสไม่อยู่ เขาก็มีความสุขในการเตรียมการแต่งงานกับหมอขวัญจนคนทั้งโรงพยาบาลอิจฉาตาร้อนกันหมด  ถ้าเพียงแต่หมอขวัญจะไม่เผลอได้ยินหมออิฐโทรไปหาฟ้าใส   แล้วคุณนายชวนชมเป็นคนรับสายและต่อว่าไม่ให้หมออิฐติดต่อมาอีก  แต่เมื่อถามหมออิฐก็โกหกไปว่าเป็นการตามหาเพื่อนเพื่อจะเชิญมางานแต่งงาน  แม้หมอขวัญจะรู้สึกแปลกๆ แต่เธอก็ฉลาดเกินกว่าจะแสดงความไม่พอใจออกไปหากยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา  ที่สำคัญหมอขวัญรักหมออิฐมากตั้งแต่แรกพบเมื่อครั้งที่เธอไปประชุมอนามัยโลกกับหมอระดับหัวกะทิที่อียิปต์  ซึ่งหมออิฐก็คือหนึ่งในหมอที่เก่งมากจากเมืองไทยเช่นเธอ  ความหล่อ เก่งและสุภาพของหมออิฐจึงทำให้เธอประทับใจจนต้องชวนเขามาทำงานที่โรงพยาบาลของครอบครัว 

คืนหนึ่งขณะที่ แดเนียล พร้อมด้วย เฉินเปียว  คนสนิทและลูกน้อง กลับจากการแอบพบกับตำรวจสากล  เฉินหมิง และ เทียนคง ก็พาพวกมาดักที่กลางทางเปลี่ยวเพื่อจะจับตัวแดเนียล  เมื่อสบโอกาสเฉินหมิงและพวกก็เข้ายิงใส่รถจนเสียหลัก  แดเนียลกับเฉินหมิงไล่ล่ากันจนยิงใส่กันได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย  โชคดีที่เฉินเปียวเข้ามาขวาง  ทำให้เฉินหมิงลังเลเพราะกลัวจะยิงถูกญาติผู้พี่ของตัวเอง  จนแดเนียลหนีไปได้ในความมืด  เฉินเปียวเองก็คิดจะฆ่าเฉินหมิงแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหนีไป  เมื่อเทียนคงกับพวกตามมาก็ไม่พอใจที่  แดเนียลหนีไปได้   จึงคิดออกตามล่าโดยไม่สนใจเฉินหมิงเจ้านายที่บาดเจ็บ  นอกจากสั่งลูกน้องบางส่วนพาไปทำแผล  และตัวเองก็ออกล่าแดเนียลต่อ  โดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วแดเนียลยังซ่อนตัวอยู่แถวนั้น  เมื่อทุกคนไปแล้วแดเนียลก็ออกมาแล้วไปอีกทาง 

ทางด้านฟ้าใสที่นั่งซังกะตายอยู่ในโรงแรม  แต่ปุยฝ้ายอยากไปเที่ยวที่คลับของโรงแรมเพราะดีกว่านอนดูทีวีที่ฟังก็ไม่รู้เรื่อง  ฟ้าใสไม่อยากไปจึงขออยู่ที่ห้องจนกลางดึกก็รู้สึกหิวเพราะไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน  จึงออกจากห้องไปเดินเล่นหาร้านมินิมาร์ทเพื่อซื้อบะหมี่มาต้มกิน  และที่นั่นฟ้าใสก็รู้สึกว่ามีคนแอบมองเธอตลอดเวลา จนช่วงหนึ่งฟ้าใสก็ได้รู้ว่าชายหนุ่มในชุดโค้ทคลุมยาวสีดำแอบมองเธออยู่  ฟ้าใสเริ่มกลัวจึงรีบจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้าน  แต่แดเนียลก็ตามเธอออกมาอีก  จนมาถึงถนนเปลี่ยว  แดเนียลพยายามเร่งฝีเท้าตามเธอใกล้เข้ามา  ฟ้าใสกลัวมากรีบวิ่งหนี  แดเนียลวิ่งตามและจับตัวเธอไว้ได้  ฟ้าใสจะตะโกนร้องแดเนียลก็ปิดปากเธอไว้  ด้วยสัญชาตญาณฟ้าใสจึงดิ้นและศอกเข้าที่ท้องแดเนียลจนฟุบตัวลงด้วยความเจ็บปวดทันที  ฟ้าใสได้โอกาสทิ้งข้าวของแล้ววิ่งหนีไป  จนเมื่อฟ้าใสแน่ใจว่าเขาไม่ตามเธอมาแล้วก็คิดจะกลับโรงแรม  แต่แล้วเธอก็ฉุกใจคิดมาได้ว่า ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงร่วงง่ายขนาดนั้น  ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่ได้เก่งการต่อสู้อะไร จะว่าศอกเธอคมมากก็ไม่น่าใช่  แล้วฟ้าใสก็รู้สึกเปียกๆ ที่ข้อศอก  จึงเอามาดูก็เห็นว่ามีเลือดเลอะที่เสื้อเธอ  ฟ้าใสคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะมาตายเพราะเธอ  แล้วเธอจะโดนจับไหม  แถวนั้นมีกล้องหรือเปล่า  ถ้าตำรวจญี่ปุ่นรู้จะหาว่าเธอฆ่าคนตายไหม  ฟ้าใสไม่รู้จะทำไงจึงรีบกลับไปแอบดูผู้ชายคนนั้น

ที่สนามริมฟุตบาท ร่างของแดเนียลยังฟุบอยู่ฟ้าใสค่อยๆ ย่องเข้าไปดู  ระหว่างที่กลัวๆ กล้าๆ อยู่นั้นชายหนุ่มก็รีบจับมือเธอและร้องขอความช่วยเหลือเป็นภาษาอังกฤษทันทีเพราะเขาถูกยิงบาดเจ็บ  ฟ้าใสจะพาส่งโรงพยาบาลแต่เขาไม่ยอม  จะไปหาตำรวจก็ไม่ยอม  ฟ้าใสคิดว่าเขาต้องเป็นคนไม่ดีแน่  แต่ดีที่ยังไม่ตาย  งั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน  เธอจึงคิดจะหนีอีกรอบแต่คราวนี้ไม่ง่ายแล้ว   เพราะเขาเอาปืนออกมาจี้เธอ   และบังคับให้เธอพาเขาไปโรงแรมที่ห้องพักของเธอ  ฟ้าใสจะไม่ไปแต่ชายหนุ่มขู่ฆ่า  เมื่อฟ้าใสพาชายหนุ่มลึกลับไปไม่นาน  เทียนคงก็มาถึงและพบรอยเลือด  เทียนคงรู้ทันทีว่าแดเนียลยังอยู่แถวนี้และก็น่าจะเป็นโรงแรมที่ใกล้ที่สุด

ในโรงแรมขณะเดินผ่านเคาเตอร์พนักงาน ฟ้าใส อยากจะขอความช่วยเหลือแต่ก็หาโอกาสได้ยากยิ่งเพราะแดเนียลจะเดินบังไว้ตลอดเวลา  จนเมื่อมาถึงห้องฟ้าใสก็ถูกบังคับให้ทำแผลให้เขา  เมื่อแดเนียลถอดเสื้อออก   ฟ้าใสก็เห็นรอยสักที่ไม่ต้องบอกก็รู้ทันทีว่ามันควรจะเป็นสัญญลักษณ์ของแก๊งค์อันธพาล  แต่ไม่ว่าฟ้าใสจะถามยังไงแดเนียลก็คงไม่ยอมพูดอะไรออกมานอกจากสั่งให้เธอทำแผลให้  ฟ้าใสขอสัญญาว่าถ้าเธอช่วยเค้าแล้วเค้าจะต้องปล่อยเธอไป  แดเนียลรับปากทันทีแต่ไม่วายเก็บพาสปอร์ตของเธอและเพื่อนพร้อมกระเป๋าสตางค์ของเธอไว้เป็นตัวประกัน  และทำให้แดเนียลรู้ว่าฟ้าใสเป็นคนไทย  เขาจึงพูดภาษาไทยกับฟ้าใส แม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่ฟ้าใสก็ขอไม่สนใจดีกว่าว่าทำไมพูดไทยได้  จนเมื่อฟ้าใสไปขออุปกรณ์ทำแผลจากโรงแรมมาช่วยทำแผลและคีบกระสุนที่ไม่ได้ฝังลึกออกมาอย่างยากลำบากเสร็จ  แดเนียลก็ขอให้ฟ้าใสพาไปนอกโรงแรมโดยออกด้านหลังโรงแรมเพื่อเรียกแท็กซี่ให้

อีกนิดเดียวเท่านั้นฟ้าใสก็จะพ้นความซวยแห่งค่ำคืนนี้แล้ว  ถ้าเทียนคงกับพวกไม่ดันโผล่มาซะก่อน  จนแดเนียลต้องพาฟ้าใสเข้าร่วมต่อสู้อย่างทุลักทุเล  แต่แดเนียลก็พาฟ้าใสขึ้นรถของพวกเทียนคงที่ยึดมาได้ขับหนีไป  และคราวนี้ฟ้าใสก็ต้องตกบันได้พลอยโจรมาอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆนอกเมือง  ฟ้าใสโวยวายจะกลับเพราะรู้ว่าปุยฝ้ายจะต้องเป็นห่วงมาก  แต่ระหว่างที่รัวภาษาไทยใส่ไม่ยั้งเรื่องที่แดเนียลลักพาตัวเธอมา  แดเนียลก็ทรุดลงสลบไปทั้งๆ ที่รถยังแล่นอยู่  ฟ้าใสร้องกรี๊ดปิดตารอรับความตาย  จนรถไหลไปชนต้นไม้แต่ทั้งคู่ปลอดภัย  ฟ้าใสรีบไปจับตัวดูก็เห็นว่าเขาตัวร้อนเป็นไข้  ฟ้าใสไม่รู้จะทำไงเพราะสื่อสารกับคนแถวนั้นก็ไม่รู้เรื่อง  สุดท้ายคุณปู่คุณย่าคู่หนึ่งที่เห็นการถกเถียงของหนุ่มสาวจึงอาสาพาเข้าไปพักในบ้าน  ฟ้าใสจำใจต้องช่วยเช็ดตัวให้แดเนียลเพราะปู่กับย่าไม่ทำแน่นอน  ระหว่างนั้นฟ้าใสเห็นแหวนรูปทรงแปลกของแดเนียลจึงถอดมาดูเพราะชอบแล้วก็ใส่คืนให้เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอาจจะมียาเสพติดซ่อนไว้หรือเปล่า  แล้วลายนิ้วมือเธอจะไปติดที่แหวนไหม???...บรื๋ออออ อย่ายุ่งดีที่สุด

ทางด้านเทียนคงมารายงานเรื่องราวให้เฉินหมิงรู้  เฉินหมิงเจ็บใจที่เทียนคงพูดจาเหมือนว่าถ้าเฉินหมิงไม่พลาดทุกอย่างคงสำเร็จไปแล้ว เมื่ออยู่คนเดียวเฉินหมิงจะวาดรูปพ่อคือ เฉินฮ่าว อดีตหัวหน้า แก๊งค์ไป่หู่ (หรือแก๊งค์เสือขาว) และเฉินเซียวเหยา พี่ชายที่ถูกจับผูกคอตายเพื่อย้ำเตือนภาพสุดท้ายที่เขาได้เจอพ่อกับพี่ชาย  ซึ่งทั้งสองคนเป็นคนที่รักและเข้าใจเฉินหมิงมาก  แม้ตั้งแต่เด็กเฉินหมิงเคยคิดว่าพ่อกับพี่ชายรังเกียจเค้า จึงส่งเค้าไปเรียนที่ฝรั่งเศส  จนวันหนึ่งที่เค้ากลับมาแจ้งข่าวดีกับครอบครัวว่าเขาได้เรียนศิลปะในมหาวิทยาลัยชื่อดัง  เค้าจึงแอบได้รู้ว่าภายใต้ท่าทีที่เย็นชาของพ่อและพี่ชายนั้น  ทั้งสองรู้มาตลอดว่าเฉินหมิงไม่อยากเป็นมาเฟียแต่ชอบศิลปะ  ทั้งพ่อและพี่ชายจึงคิดจะกันเขาออกจากวงการมาเฟียให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  นั่นคือการส่งไปเรียนต่อตั้งแต่เค้าอายุเพียง 9 ขวบ  น่าเสียดายที่เฉินหมิงได้ขอโทษปรับความเข้าใจ  และบอกรักพ่อกับพี่ชายเป็นวันแห่งความสุข   วันเดียวในชีวิตเค้า  เพราะวันรุ่งขึ้นพ่อกับพี่ชายของเค้าก็ต้องจากเฉินหมิงไปอย่างไม่มีวันกลับ  เฉินหมิงรู้ดีว่าเป็นฝีมือของแดเนียล  อดีตเพื่อนรักที่ฆ่าคนที่เขารักทุกคน  ไม่ว่าจะพ่อ  พี่ชาย  และคนที่เขารัก  ซึ่งเขาจะไม่มีวันมีความสุขหากไม่ได้ฆ่าแดเนียล

เมื่อช่วยเช็ดตัวเสร็จแล้ว  ฟ้าใสก็รีบเก็บของคืนและคิดทิ้งแดเนียลหนีไป  แต่เธอก็ไปไม่รอดเพราะเมื่อออกมานอกบ้าน  ฟ้าใสก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน  จะไปต่อยังไง กลับก็ไม่ได้คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง  ไปตู้โทรศัพท์สาธารณะก็โทรไม่เป็น เงินก็ไม่มี  แถมพาสปอร์ตทั้งของเธอและปุยฝ้ายก็อีก  สุดท้ายต้องซมซานกลับไปหาแดเนียลทั้งๆ ที่ใจก็เป็นห่วงปุยฝ้าย  ซึ่งก็เป็นตามคาดเพราะปุยฝ้ายเมื่อมาถึงห้องก็ไม่เจอใครนอกจากอุปกรณ์ทำแผลและรอยเลือด  ปุยฝ้ายตกใจมาก  รีบขอความช่วยเหลือจากทางโรงแรมเพราะคิดว่าเพื่อนจะมีภัย  แต่ก็ได้รับคำตอบว่าฟ้าใสเป็นคนมาขออุปกรณ์ทำแผลเอง  จึงขอให้เช็คกล้องวงจรปิด  และก็ได้เห็นว่าฟ้าใสเดินออกไปจากโรงแรมในตอนดึกกับผู้ชายคนหนึ่งเล่นเอาปุยฝ้ายงงสองเด้ง  ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาคนของเทียนคงที่มาแอบดักดูอยู่ที่โรงแรม

จนเช้าแดเนียลตื่นขึ้นมาเห็นฟ้าใสนอนอยู่ข้างๆ เขาก็รู้สึกสงสาร  และยิ่งมองหน้าฟ้าใสเขาก็ยิ่งมีความสุข  หวนคิดถึง  โบตั๋น   หญิงคนรักที่แดเนียลดึงดันจะคบ  และสุดท้ายเธอก็ต้องมาจบชีวิตลงเพราะเลือกที่จะเป็นผู้หญิงเคียงข้างเขา  ซึ่งการพบกันของเขาและฟ้าใสครั้งนี้จะว่าบังเอิญก็ไม่ใช่  ตั้งใจก็ไม่เชิง  เพราะวันที่ฟ้าใสกับปุยฝ้ายมาเช็คอินที่โรงแรม  แดเนียลกับเฉินเปียวก็นัดตำรวจสากลมาคุย  แต่เมื่อเขาเห็นฟ้าใสโดยบังเอิญเขาก็ตะลึงและคิดว่าจะต้องเปลี่ยนสถานที่จึงขอเลื่อนการเจอกันไปก่อน  จนมาเกิดเรื่องและทำให้เขาได้เจอกับฟ้าใสจนได้  เมื่อแดเนียลคิดถึงตรงนี้ก็เป็นห่วงฟ้าใสจึงรีบปลุกฟ้าใสและจะพาเธอกลับ  แต่เรื่องก็ไม่ง่ายนักเพราะรถก็เสีย  กว่าคนของแดเนียลจะมารับก็คงเย็นๆ  ปู่ย่าจึงพา ฟ้าใสกับแดเนียลท่องเที่ยวรอบหมู่บ้านในฐานะคู่สามีภรรยากำมะลอ

การเป็นไกด์นำเที่ยวของไกด์สมัครเล่นอย่างปู่และย่า  ทำให้ฟ้าใสยิ่งรู้สึกหมองเศร้าคิดถึงหมออิฐ  ผู้ชายคนที่เธออยากจะแก่ไปกับเค้าเหมือนคู่ปู่กับย่า  แดเนียลพอจะจับความรู้สึกจึงพยายามถามแต่ฟ้าใสก็ไม่ตอบนอกจากชวนทะเลาะและโทษแดเนียลให้รับความเลวร้ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอ  ยิ่งเมื่อมีโอกาสอยู่คนเดียวดูปู่กับย่าช่วยกันทำไร่ทำสวน  ย่าดูแลปู่ในเรื่องงานบ้าน  ปู่ดูแลย่าในเรื่องการหาอาหารการกิน  ฟ้าใสก็อยากร้องไห้จนแดเนียลเข้าใจผิดคิดว่าจะโดดทะเลฆ่าตัวตาย  ต้องปลุกปล้ำต่อสู้กันจนแดเนียลอ่วมไปทั้งตัว  จนแดเนียลได้รู้ว่า   ฟ้าใสเองก็กำลังแย่เพราะแฟนทิ้ง  แดเนียลจึงสัญญาว่าเขาจะส่งตัวฟ้าใสคืนให้คนรักอย่างปลอดภัย  เมื่อคนของแดเนียลมารับทั้งคู่  ฟ้าใสขอเพิ่มสัญญาอีกข้อว่า หลังจากที่เธอไปแล้ว แดเนียลจะไม่ต้องมาให้เธอเห็นอีกทั้งชีวิต  เพราะเธอเกลียดมาเฟีย  แดเนียลรับปากและคืนพาสปอร์ตของฟ้าใสและปุยฝ้ายแล้วสั่งลูกน้องให้ไปส่งที่สนามบินเพราะจัดการเรื่องตั๋วทั้งหมดแล้ว  ฟ้าใสโวยวายว่าเธอทิ้งเพื่อนไม่ได้  ต้องไปรับปุยฝ้ายเพราะพาสปอร์ตก็อยู่กับเธอ  แดเนียลไม่สนใจจับฟ้าใสยัดใส่รถไปเลย  และยืนส่งฟ้าใสด้วยความเศร้าที่เค้าจะไม่ได้เจอกับฟ้าใสอีก 

ที่โรงแรมปุยฝ้ายก็กลัวมากจนเฉินเปียวต้องต่อโทรศัพท์ให้คุยกับฟ้าใส  พอรู้ว่าเพื่อนปลอดภัยปุยฝ้ายจึงรีบเก็บของทันทีและออกไปจากโรงแรมกับเฉินเปียวโดยไม่รู้ว่ามีคนของเทียนคงตามไป  เมื่อถึงสนามบินคนของเทียนคงก็ตามไปทุกแห่งแต่เข้าไปไม่ถึงตัวสองสาวเพราะเฉินเปียวและลูกน้องก็ประกบติด  แต่อย่างน้อยจากข้อมูลที่หลอกถามทางโรงแรมทำให้เทียนคงและเฉินหมิงรู้ว่าหญิงสาวที่ช่วยแดเนียล และแดเนียลคอยปกป้องคือใคร  และที่สำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดต้องทำให้เทียนคงตะลึงก็คือหน้าตาของผู้หญิงคนนั้นช่างละม้ายคล้ายโบตั๋น  เฉินหมิงพอเห็นภาพหน้าตาของฟ้าใสก็รู้ทันทีว่าแดเนียลต้องให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนนี้แน่นอนและเขาก็คิดที่จะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อ  โดยหลอกถามเรื่องการจองโรงแรมของฟ้าใสจนรู้ว่าฟ้าใสจองโรงแรมจากเมืองไทยและเป็นคนไทยก็สั่งลูกน้องสืบรายละเอียดของฟ้าใสที่เมืองไทยทันที

ในระหว่างที่นั่งเครื่องบินกลับเมืองไทยในชั้นเฟิร์สคลาสอันหรูหรา  ปุยฝ้ายพยายามซักว่า    มันเกิดอะไรขึ้นทำไมชีวิตของเธอกับเพื่อนถึงผิดแผนไปหมด  ดีอย่างเดียวได้นั่งเฟิร์สคลาสครั้งแรกในชีวิต  แต่ยิ่งฟังฟ้าใสเล่าเรื่องปุยฝ้ายก็ยิ่งงง  สุดท้ายสองสาวก็ต้องจบลงที่ปล่อยทุกอย่างให้ผ่านไป  ไว้มีโอกาสค่อยกลับมาเที่ยวใหม่

ที่ฮ่องกง  แดเนียลกลับมารายงานถึงผลการเจรจากับทางตำรวจสากลกับ พริมา แม่ของแดเนียลกับ หวังเฟย ผู้เป็นพ่อและเป็นอดีตหัวหน้า แก๊งค์ฮวงหลง (หรือแก๊งมังกรทอง) ที่ยกให้แดเนียลดูแล   แต่ยังไม่สามารถจะสรุปผลได้  และที่สำคัญคือพวก  แก๊งค์ไป่หู่ รู้เรื่องที่แดเนียลนัดตำรวจสากลคุยจึงตามไปจัดการ หวังเฟยโกรธมากอยากจะกำจัดล้างบางแก๊งค์ไป่หู่ แต่แดเนียลขอร้องให้ยึดตามความตั้งใจเดิมที่จะถอนตัวจากวงการมาเฟีย  หวังเฟยจึงยอมอ่อนลง  และกำชับให้แดเนียลปกป้องสมุดปกดำให้ดีที่สุดเท่ากับชีวิต 

ผ่านไปหลายวันแม้ทางตำรวจสากลจะยังไม่ให้คำตอบในการต่อรองกลับมา  ทางด้านแก๊งค์ไป่หู่ก็ดูเงียบไปจนเฉินเปียวรู้สึกแปลกใจกลัวว่าเฉินหมิงจะคิดแผนชั่วกับพวกเขา  แต่แดเนียลก็ไม่ได้สนใจพวกเฉินหมิงเพราะในเวลานี้เขาคิดถึงแต่ฟ้าใสทั้งๆ ที่พยามหักใจแล้ว  แต่นามบัตรฟ้าใสที่เขาแอบเก็บเอาไว้ตอนที่ยึดกระเป๋าสตางค์เธอจึงเป็นสิ่งเดียวที่เขาได้มีไว้ดูต่างหน้า  จนเมื่อเฉินเปียวออกสืบเรื่องของเฉินหมิงจึงได้รู้ว่าเฉินหมิงกับเทียนคงเดินทางไปประเทศไทย แดเนียลที่รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างจึงรีบเดินทางมาประเทศไทยกับเฉินเปียวทันที 

ที่เมืองไทย ฟ้าใสแอบมาคอยดักเจอหมออิฐที่หน้าบ้าน  เพราะเธอรักและคิดถึงหมออิฐมาก  แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเข้าไปหาหมออิฐ  เพราะหมออิฐจะมีหมอขวัญตามประกบตลอด  ความรู้สึกดีชั่วจึงเป็นตัวสั่งไม่ให้ฟ้าใสเข้าไปแทรกระหว่างคนสองคนนั้น  เมื่อฟ้าใสกลับมาทำงานอีกครั้งก็บอกทุกคนว่าเธอตัดใจจากหมออิฐได้แล้ว  และจากนี้ไปเธอจะใช้ชีวิตทำดีกับคนรอบข้างให้มากที่สุด  เพราะไม่รู้ว่าคนเราจะตายเมื่อไหร่  แม้จะฟังดูแปลกๆ แต่ทุกคนก็ยินดีด้วยกับฟ้าใส  แถมฟ้าใสยังสัญญากับราเมศว่า  ภายในปีนี้เธอจะออกนิยายที่สนุก บู๊ เด็ดเผ็ดมันมาให้สำนักพิมพ์หนึ่งเรื่อง  แม้ราเมศ  นุตรา  ปุยฝ้าย จะไม่ค่อยเชื่อน้ำยาฟ้าใสเนื่องจากโครงการนิยายของฟ้าใสก็เหมือนที่ทุกคนได้ยินมานานมาก  แต่ไม่เคยเห็นจริงๆ ซะที  ราเมศกลัวว่าฟ้าใสจะตัดใจไม่ได้จริงอย่างปากว่า  จึงโยนโจทย์งานใหม่มาให้ฟ้าใสควบคู่ไปด้วย  คือ โปรเจ็คท์การเลือกหนุ่มหน้ากอดประจำปี 2016    ปุยฝ้ายพอได้ยินก็อยากทำมาก  นุตราจึงอาสาช่วยอีกแรง ฟ้าใสเลยต้องรับโปรเจ็คท์นี้มาทำด้วยความจำใจ 

ชีวิตใหม่ของฟ้าใสเริ่มได้ไม่กี่ชั่วโมง  หมออิฐก็โผล่มารับฟ้าใสไปกินข้าว  ซึ่งตอนแรกฟ้าใสไม่ยอมแต่หมออิฐก็ใช้มารยาหลอกล่อจนฟ้าใสยอมไป  แต่ที่ร้านอาหารฟ้าใสจับได้ว่าหมออิฐไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นแค่น้องสาว  แต่เขายังอยากคบกับเธอต่อ  ซึ่งฟ้าใสรู้ดีว่าเธอจะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับเมียน้อย  ฟ้าใสโกรธมากทะเลาะกับหมออิฐ    เฉินหมิงจึงเข้ามาช่วยไว้จนหมออิฐต้องถอยทัพกลับไป  และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ฟ้าใสและเฉินหมิงได้รู้จักกัน  ฟ้าใสชอบอัธยาศัยเฉินหมิงมาก  ยิ่งรู้ว่าเป็นคนฮ่องกงแต่พูดไทยเก่งก็ยิ่งประทับใจ แม้บางครั้งเฉินหมิงจะดูเหมือนมีอะไรในใจ  และเคยเผลอทำรูปวาดคนสองคนผูกคอตายตกไว้  แต่เฉินหมิงก็แก้ตัวว่าเขาวาดเล่นๆ  ตัวเฉินหมิงเองยิ่งคบยิ่งคุยก็ชอบฟ้าใสเช่นกัน  เพราะตอนที่เขาชอบโบตั๋นเธอ    ไม่เคยมีใจให้กับเขาเลย  บางทีกับฟ้าใสเขาอาจจะมีโชคบ้างก็ได้  ทุกครั้งหลังจากแยกกับฟ้าใส  เทียนคงก็แสดงความไม่เห็นด้วยที่เฉินหมิงจะทำดีกับฟ้าใส  เพราะเวลามีน้อยควรจะใช้ฟ้าใสเป็นเครื่องต่อรองกับแดเนียลให้เร็วที่สุด  แต่เฉินหมิงก็คิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นจะดีกว่าการใช้ความรุนแรง  เทียนคงจึงไม่พอใจมากแต่ก็ต้องเก็บความไม่พอใจไว้

ทางด้านหมออิฐที่วันหนึ่งกลับมาบ้านก็เจอหมอขวัญมารออยู่  ด้วยความฉลาดลุ่มลึกหมอขวัญจึงมาเพื่อจะบอกว่าเธอจะยกเลิกพิธีการจดทะเบียน  จะคงไว้แค่การแต่งงานเล่นเอาหมออิฐรู้สึกไม่พอใจ  แต่หมอขวัญก็ฉลาดพอที่จะบอกว่าหลังแต่งงานเธอต้องบินไปประชุมที่ต่างประเทศ  ถ้าจดทะเบียนจะทำให้เอกสารมีปัญหาจึงขอเลื่อนไปก่อน  โดยที่หมออิฐไม่รู้เลยว่าหมอขวัญเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่ร้านอาหารในวันก่อน

การทำโปรเจ็คท์หนุ่มน่ากอดได้เริ่มต้นขึ้นด้วยปัญหาซะแล้วเมื่อสปอนเซอร์หลักที่เป็นสินค้าผู้ชายจากต่างประเทศเกิดถอนตัวกะทันหัน  ฟ้าใสเสนอให้เลิกทำงานนี้ทันที  แต่ราเมศก็บอกว่าเขาได้สปอนเซอร์รายใหม่แล้ว  เพียงแต่ฝ่ายเซลล์ต้องการให้ฟ้าใสไปโน้มน้าวเจ้าของสินค้าด้วยตัวเอง เพราะลูกค้าถามจุกจิกจนเซลล์ตอบได้ไม่หมด  สุดท้ายฟ้าใสเลยต้องจำใจรับปากอีกเช่นเคย  จนวันที่ต้องเสนองาน ฟ้าใส  นุตรา  ปุยฝ้าย ช่วยกันเตรียมงานอย่างดีและไปพบลูกค้า  ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดฟ้าใสก็แทบช็อคที่ลูกค้าของเธอเหมือนแดเนียลมาก  แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเลขาของเขาแนะนำว่าชายหนุ่มสุดหล่อคนนี้คือ แดนสรวง  นักธุรกิจหนุ่มไทยเจ้าของบริษัท Logistic และสายเดินเรือสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย  ที่ประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

แม้จะได้รับการแนะนำอย่างไร แต่ฟ้าใสก็มั่นใจว่าชายตรงหน้าคือมาเฟีย  เธอไม่รู้ว่าเขามีจุดประสงค์อะไรแต่ฟ้าใสไม่ยอมร่วมงานแน่    เพราะเธอสั่งแล้วว่าขอไม่เจอแดเนียลอีก  แต่แดเนียลผิดสัญญา   ซึ่งฟ้าใสคิดไปใหญ่โตว่าเขาอาจจะมาตามเธอเข้าแก๊งค์โดยมอมให้เธอเป็นทาสของเค้าก็ได้  เล่นเอานุตรากับปุยฝ้ายไปไม่ถูกต้องคอยช่วยระงับสติอารมณ์ของฟ้าใส  ผิดกับแดนสรวงที่แสดงออกชัดเจนว่างงกับท่าทีของฟ้าใส  แต่เพื่อความโปร่งใสเขาจึงให้เลขาเอาหลักฐานการซื้อหุ้นบริษัทมาให้ดูจนฟ้าใสอึ้งและงงว่าจะเป็นไปได้ยังไง  แต่สุดท้ายเธอก็ยังปักใจเชื่อว่ามาเฟียทำได้ทุกอย่าง  เพราะยังไงเธอก็จำแหวนวงนั้นที่นิ้วของแดนสรวงได้  แดนสรวงหัวเราะบอกว่าแหวนมันซ้ำกันได้  ฟ้าใสก็เถียงว่าแหวนซ้ำหน้าซ้ำตลกล่ะ  สุดท้ายฟ้าใสก็ทำสิ่งที่ทุกคนต้องอึ้งแทบตกเก้าอี้ คือ ท้าให้แดนสรวงถอดเสื้อผ้าเพราะเธอมั่นใจว่าแดนสรวงต้องมีรอยสักและแผลจากการถูกยิง!  ที่ฟ้าใสจำตำแหน่งที่เธอช่วยทำแผลไว้ได้  แต่แดนสรวงก็ไม่ยอมชนิดทะเลาะกันให้ตายไปข้างก็ได้  ฟ้าใสก็ถึงขึ้นปลุกปล้ำจะถอดเสื้อผ้าแดนสรวง  จนแดนสรวงรำคาญยกเลิกการเป็นผู้สนับสนุนครั้งนี้  ซึ่งฟ้าใสก็ไม่แคร์เพราะเธอก็ไม่อยากร่วมงานกับคนใจไม่ซื่อมือไม่สะอาด  เมื่อกลับมาที่บริษัท ราเมศโกรธมาก  เพราะผู้บริหารหวังเม็ดเงินมหาศาลที่แดนสรวงจะจ่ายเพราะต้องการใช้การประกวดครั้งนี้โฆษณาธุรกิจเรือสำราญที่ผู้บริหารเพิ่งซื้อมา  ฟ้าใสคิดหนักแต่ยังไม่อยากจะกลับไปง้อแดนสรวง

หมออิฐได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง และรับรู้ว่าฟ้าใสมีปัญหาจึงขออาสาช่วยแก้ปัญหาด้วยการจะให้โรงพยาบาลมาสนับสนุนโปรเจ็คท์นี้  นั่นทำใหฟ้าใสหวั่นไหวไม่อยากให้หมออิฐมายุ่งย่าม  แต่ในเมื่อโปรเจ็คท์ต้องการผู้สนับสนุน  ฟ้าใสจึงต้องยอมคุยกับหมออิฐ  แม้หลายๆ ครั้งที่คุยงานกัน    แดนสรวงจะต้องบังเอิ๊ญบังเอิญโผล่มากวนประสาท  แต่ฟ้าใสก็ทำเก่งไม่ง้อไม่สน  ทุกอย่างจะไปได้ดีถ้าหมอขวัญไม่แอบมาดักเจอกับฟ้าใส  ภายใต้ท่าทางที่สวยสง่าก็แฝงไว้ด้วยการเตือนกึ่งดูถูกว่า  ฟ้าใสไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเหมาะสมกับหมออิฐ  และขอให้ปล่อยหมออิฐไป  ฟ้าใสยืนยันว่าเธอแค่ร่วมงานกัน  แต่หมอขวัญไม่เชื่อสุดท้ายจึงบังคับให้ฟ้าใสโทรปฏิเสธรับการช่วยเหลือจากหมออิฐและโรงพยาบาลของเธอ  หมออิฐที่รู้เรื่องก็พยายามขอเจอกับฟ้าใส    แต่ฟ้าใสก็ไม่ยอมบอกอะไรทำให้หมอขวัญสบายใจขึ้นมาก ว่าฟ้าใสจะไม่ยุ่งกับคนของเธอ  และมิตรภาพที่หมอขวัญยื่นให้ก็คือการขอไม่ให้ฟ้าใสไปงานแต่งงานของเธอ  ซึ่งฟ้าใสก็รับปาก  แต่เมื่อหมอขวัญกลับไปฟ้าใสก็ต้องแอบไปร้องไห้  แดเนียลที่แอบดูและให้เฉินเปียวสืบเรื่องทั้งหมดก็สงสารฟ้าใสเป็นอย่างมาก  จึงเร่งบีบและกดดันราเมศให้บังคับฟ้าใสกลับมาขอความช่วยเหลือของเค้า

สุดท้ายฟ้าใสต้องบากหน้ากลับมาติดต่อกับแดนสรวงอีกจนได้  แดนสรวงจึงออกคำสั่งให้ฟ้าใสทำงานทุกขั้นตอนให้อยู่ในสายตาของเขาด้วย  และห้ามแพร่งพรายเปิดเผยสถานะของเขาให้ใครรู้เด็ดขาด  ฟ้าใสรู้สึกอึดอัดมากแต่สุดท้ายก็ต้องจำใจทำ  นุตรากับปุยฝ้ายก็ดีใจไปด้วยเพราะอยากใกล้ชิดคนหล่ออย่างแดนสรวง  แต่กลายเป็นว่ามีแต่ฟ้าใสเท่านั้นที่ได้เข้าประชุมตามที่ต่างๆ ที่เรือล่องไปกับแดนสรวง  ทางด้านเฉินหมิงที่สืบจนรู้ว่า แดนสรวง คือ แดเนียลแต่ก็ไม่อยากทำอะไร  เพราะกลัวฟ้าใสจะได้รับอันตราย  เทียนคงจึงแอบสั่งลูกน้องให้จัดการกับคนทั้งคู่  แต่เหตุการณ์เสียงตายคราวนั้น  ก็ทำให้แดนสรวงปฏิเสธต่อไปไม่ได้ว่าเขากับแดเนียลก็ คือ คนเดียวกัน  และที่ยิ่งทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นก็ คือ ปุยฝ้ายที่ติดไปกับเหตุการณ์ครั้งล่าสุดด้วยเกิดจำเฉินเปียวในขณะที่มาช่วยแดนสรวงได้  เมื่อความลับไม่มีในโลกแดเนียลจึงต้องให้ฟ้าใสไปหลบที่บ้านของเขาเพื่อความปลอดภัย  ส่วนปุยฝ้ายที่ได้เฉินเปียวช่วยชีวิตไว้ก็เริ่มตกหลุมรักหนุ่มมาดแมนคนนี้ทันที  แต่เฉินเปียวแสดงออกว่าไม่ชอบแค่ช่วยให้ปลอดภัยแล้วส่งกลับบ้านพอ 

เฉินหมิงเองก็โกรธมากที่เทียนคงคิดจะฆ่าทั้งแดเนียลและฟ้าใส  เพราะถึงตอนนี้เฉินหมิงก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาเริ่มมีใจให้กับฟ้าใส  เทียนคงโกรธที่เฉินหมิงอ่อนแออย่าว่าแต่แดเนียลเลย  แม้แต่เฉินเปียวลูกลุงผู้ทรยศไปเข้ากับแดเนียล  เฉินหมิงก็ไม่มีวันจะจัดการได้  เฉินหมิงโกรธที่โดนสบประมาทเลยทะเลาะกับเทียนคง  เทียนคงประกาศกร้าวท้าเฉินหมิงว่าถ้าเขาช่วยแก๊งค์ไว้ไม่ได้จะต้องยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งค์ให้กับเทียนคง  จึงเท่ากับเป็นสารท้ารบจากเทียนคง  เฉินหมิงพยามจะติดต่อกับฟ้าใสแต่เมื่อแดนสรวงรู้ก็เก็บโทรศัพท์ของเธอไว้ทันที 

ทางด้านฟ้าใสที่รู้จากแดนสรวงว่า การปองร้ายทั้งที่ญี่ปุ่นและไทยเป็นฝีมือของเฉินหมิงกับพวก  ฟ้าใสก็ยิ่งเกลียดแดนสรวงมากขึ้น  เพราะเธอไม่เชื่อว่าเฉินหมิงจะเป็นคนไม่ดีจนแดนสรวงไม่รู้จะอธิบายยังไง  นอกจากบังคับจับขังไว้ที่บ้านก่อนเพื่อความปลอดภัย  ยิ่งอยู่กันไปก็ยิ่งทำให้ฟ้าใสอยากรู้ว่าเรื่องราวยุ่งๆ มันเกิดจากอะไร  แต่ครั้งจะถามแดนสรวงเขาก็ไม่เคยให้คำตอบ  จนวันหนึ่งฟ้าใสก็ได้เจอรูปของโบตั๋นที่แดนสรวงเอาไปรวบรวมเก็บไว้ในห้องๆ หนึ่งจนเหมือนเป็นนิทรรศการภาพโบตั๋น  ฟ้าใสงงมากคิดว่าแดเนียลแอบชอบเธอในตอนแรก แต่เมื่อบางภาพกลับลงชื่อว่าโบตั๋น นั่นยิ่งทำให้ฟ้าใสงงที่มีคนหน้าตาเหมือนเธออยู่ในบ้านหลังนี้ แม้จะบังคับถามจากเฉินเปียวยังไงก็ไม่ได้เรื่อง 

คืนหนึ่งฟ้าใสเห็นแดนสรวงเขาไปอยู่ในห้องภาพโบตั๋นโดยบังเอิญ  ขณะที่ฟ้าใสกำลังจะกลับขึ้นห้องเธอก็แอบเห็นว่าแดนสรวงดึงภาพที่ติดผนังภาพหนึ่งออกแล้วทำอะไรบางอย่าง ฟ้าใสเห็นไม่ชัดจึงค่อยๆ ย่องแอบดู  แต่โชคไม่ดีแดนสรวงรู้ตัวก่อนเกือบจะทำร้ายฟ้าใส ฟ้าใสพยายามถามว่าทำอะไรผิดกฎหมายหรือเปล่า  แดนสรวงไม่ตอบทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันแดนสรวงไล่ฟ้าใสออกจากห้อง  เมื่อทุกอย่างเป็นลับลมคมในฟ้าใสจึงเริ่มไม่ไว้ใจจึงหาทางหนีออกจากบ้านไปจนได้  และถูกเทียนคงกับพวกมาดักจับตัวก่อนที่ฟ้าใสจะเข้าบ้าน  โชคดีที่แดเนียลกับเฉินเปียวตลบหลังและชิงตัวฟ้าใสจากเทียนคงไปได้

แดเนียลกับเฉินเปียวพาฟ้าใสหนีไปที่สุสานแห่งหนึ่งที่มีแต่ดอกโบตั๋นเต็มไปหมด และคราวนี้แดเนียลตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟ้าใสฟังว่า  เดิมทีมีแก๊งค์ใหญ่ๆ อยู่ 4 แก๊งค์ คือ

1. มังกรทอง (ชื่อจีนฮวงหลง) มีหวังเฟยพ่อของเค้าเป็นหัวหน้าแก๊ง จะเป็นใหญ่ในแถบเอเชียญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลียันไทย ด้วยความที่หวังเฟยพ่อของเขาอยากจะแผ่อิทธิพลจึงเอาลูกสาวของแก๊งหงส์ทองมาเป็นเมียที่สอง ด้วยความยินยอมของแม่เขาและหัวหน้าแก๊งค์หงส์ทอง  และแม่เล็กก็มีลูกสาวคือ หวังหลิงหลิง 

2. หงส์ทอง  หลังจากที่หัวหน้าแก๊งค์ส่งลูกสาวให้แต่งงานกับหวังเฟย แก๊งค์นี้ก็ถูกควบรวมกิจการกับมังกรทองไปในที่สุด

3. เต่าดำ  แก๊งค์นี้ไม่ยอมสยบจึงโดนมังกรทองฆ่ายกแก๊งค์สาบสูญพันธ์กันไป

4. เสือขาว (ชื่อจีน ไป่หู่) จะครองเขตทำมาหากินในแถบยุโรป มีเฉินห่าว เป็นหัวหน้าแก๊งค์  มีลูกชายสองคนคือ เฉินเสี่ยวเหยา และเฉินหมิง  โดยเฉินห่าวมีลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่เก่งมาก คือ เฉินจง  และจริงๆ ควรได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งค์  แต่เฉินห่าวไม่พอใจก็เลยฆ่าทิ้ง และเฉินเปียวลูกชายของเฉินจงได้หลบหนีไปได้ด้วยการช่วยเหลือของ หวังเฟย  (หวังเฟยกับ เฉินจงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็ก)  หวังเฟยเอาเฉินเปียวไปเลี้ยงดูอย่างดีทำให้เฉินเปียวรักและภักดีกับมังกรทองมาก  การตายข

แกลลอรีGallery กาลครั้งหนึ่ง...ในหัวใจ