เจ้าพายุ
เจ้าพายุ

เจ้าพายุ

ละครรีรันบ่าย จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45-15.45 น.

บทประพันธ์ : อรชร บทโทรทัศน์ : ภูมิ พญาไฟ

กฤตฤทธิ์ บุตรพรม,ฮาน่า ลีวิส,จิณณ์ จิณณะ,จิลล์ โรเจอร์,วัชรบูล ลี้สุวรรณ,ชัชฎาภรณ์ ธนันทา,อติรุจ สิงหอำพล,เอกพัน บรรลือฤทธิ์,สุทธิ์คุณ วันทานุ,อติรุจ สิงหอําพล

เรื่องย่อเจ้าพายุ

กรุงเทพ ปัจจุบัน... พายุ (กฤตฤทธิ์ บุตรพรม) ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษ กรุงเทพ หลังจากที่ได้ใช้กรรมในคดีปล้นธนาคาร เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เป็นเวลา 5 ปีเศษ มันเป็นคดีที่เขาไม่รู้เรื่อง เพียงแต่ในตอนนั้นเขาเป็นพนักงานคุ้มกันรถขนเงิน ซึ่งมีพยานหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนา เขาเชื่อว่า มันต้องเป็นแผนของใครบางคน  และหลังจากนี้เขาจะติดตามหามัน และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ของตัวเองอีกครั้ง

วันแรกที่พายุออกจากคุก ก็ต้องเจอเรื่องที่ไม่คาดฝัน   มาศจันทร์ (ฮาน่า ลีวิส)  มาเบิกเงินสดที่ธนาคาร ขณะที่ออกมาจะขึ้นรถ  มีโจรมอเตอร์ไซด์สองคนมาปล้นชิงเงินไป พายุไม่อยากยุ่ง เพราะภาพความหลังเมื่อครั้งที่เขาปล้นธนาคารวันผุดขึ้นมาในโสตประสาท  และเตือนว่าอย่าไปยุ่ง  แต่ด้วยคุณธรรมของเขา พายุจึงเข้าไปต่อสู้กับคนร้ายและแย่งเงินคืนมาได้   มาศจันทร์รู้สึกขอบคุณ แต่พายุจากไปโดยไม่ได้พูดคุยอะไร  แม้ว่าเขาจะประทับใจมาศจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นก็ตาม

พายุไม่รู้จะไปที่ไหน เพราะพ่อแม่เขาตายหมด  มีแต่คุณ สุพจน์  ที่เลี้ยงดูส่งเสียเขามา และตั้งแต่คุณสุพจน์ผลักไล่ไสส่งให้เขาเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบก  เขาก็ไม่ได้กลับไปที่บ้านคุณสุพจน์อีกเลย เขาได้ข่าวว่าสุพจน์ ครั้งนี้เขาจึงตั้งใจไปกราบเท้าผู้มีพระคุณ  และต้องการกลับไปหาใครบางคน ที่บ้านหลังนั้น

มาศจันทร์ กลับมาที่บริษัทเล่าเรื่องถูกโจรปล้นเงินให้ วิวัฒน์ (สุรวุฑ ไหมกัน)  ผู้เป็นพ่อฟัง  รวมทั้งเรื่องที่พายุมาช่วยไว้ด้วย  วิวัฒน์ ต้องเดินทางไปที่เหมืองทองที่นครสวรรค์ เนื่องจากมีข่าวว่า มีผู้มีอิทธิพลมาข่มขู่ซื้อที่ดิน  มาศจันทร์ขอไปด้วย เพราะตั้งแต่กลับจากเมืองนอกยังไม่ได้ไปที่เหมืองเลย  แม้ว่าวิวัฒน์จะห้ามลูกสาว  แต่แม้นจันทร์ยังยืนยันที่จะไป  ป้ารัตนา แม่นมที่เลี้ยงมาศจันทร์มาอาสาที่จะไปดูแลมาศจันทร์ด้วย

พายุ ต้องมารายงานตัวที่คุมประพฤติ ทุกหนึ่งเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี ที่นี่เขาได้เจอกับ วีนัส (จิลล์ โรเจอร์)  เจ้าพนักงานคุมประพฤติ สาวสวย วีนัสดูประวัติของพายุ แล้วสงสัยว่าปล้นธนาคารจริงหรือ  พายุบอกว่าเขาไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา เลยซวย  และเขากำลังจะหาหลักฐานเพื่อริ้อฟื้นคดี  วีนัสอาสาช่วย พายุยินดีรับความช่วยเหลือ

บัดนี้ สุพจน์ กลายเป็นเจ้าของบริษัท สุพจน์ ทรานสปอร์ตแอนด์เอ็นทราไพร์ซ เป็นบริษัทขนส่ง  โดเมสติก ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  พายุกลับมาท่ามกลางความแปลกใจของสุพจน์ ว่าทำไมถึงถูกปล่อยตัวเร็วกว่ากำหนดมา  พายุบอกว่าเขาได้รับการลดโทษมาตลอดเพราะเป็นนักโทษชั้นดี และต้องการมาหา เอื้อมพร (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) แม้ว่าสุพจน์จะไม่พอใจ  แต่พายุก็ได้พบเอื้อมพร และอิ่มจิต แม่ของเอื้อมพร  อิ่มจิต (ณหทัย พิจิตรา) เป็นแม่หม้ายที่ร่ำรวย มาแต่งงานกับสุพจน์ตั้งแต่พายุยังอายุแค่สามสี่ขวบ ทั้งมีเอื้อมพรลูกติดวัยเดียวกันติดมาด้วย  ซึ่งสุพจน์ก็ไม่ได้รังเกียจ  ด้วยสมบัติของอิ่มจิตจึงทำให้สุพจน์ ตั้งตัวได้มาจนทุกวันนี้

พายุกับเอื้อมพรรักกันใครก็รู้  ซึ่งอิ่มจิตเองก็เต็มใจให้ทั้งสองคนคบกัน  นอกจากสุพจน์ที่ไม่สนับสนุน สุพจน์ต้องการให้ทั้งคู่ห่างกัน จึงส่งเอื้อมพรไปประจำสาขาที่ปากน้ำโพ  โดยอ้างว่า ตอนนี้การขนส่งทางน้ำกำลังขยายตัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสุพจน์อยากเคลมเอื้อมพรมาตลอด  แต่ยังไม่มีโอกาส คราวนี้พายุออกจากคุกก่อนกำหนด เขาจึงขืนใจเอื้อมพร อย่างสมใจ  เอื้อมพรเป็นคนอ่อนต่อโลก  จึงไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร เธอยอมทนทุกข์ทรมานอยู่คนเดียว

มาศจันทร์ มาที่เหมืองทองคำ ที่นครสวรรค์ กับ วิวัฒน์ เธอจึงรู้ความจริงว่า กรมทรัพยากรธรณีได้มาตรวจและพบว่าใต้ที่ดินของวิวัฒน์กว่าพันไร่ เต็มไปด้วยสายแร่งทอง มูลค่ากว่าแสนล้านบาท  ทำให้นายกเทศมนตรี มงคล (ตฤน เศรษฐโชค)  กับ โตมร (สุทธิคุณ วันทานุ) ลูกชาย  ต้องการครอบครอง  โดยเสนอซื้อกึ่งใช้อิทธิพลบังคับ  ร.ต.อ.กอบคุณ (อติรุจ สิงหอำพล) ลูกชายคนโตก็ย้ายกลับมาประจำที่นครสวรรค์  ทำให้ฐานอิทธิพลของนายยกมงคลยิ่งใหญ่ขึ้น ที่สำคัญ กอบคุณ  ชอบมาศจันทร์

ไม่มีใครต้องการคนคุก...เป็นคำพูดที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พายุจึงไม่ได้รับโอกาสในการทำงาน เขาตัดสินใจไปหาเพื่อนเก่าที่เป็นทหารด้วยกันคือ หมู่รงค์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ที่ยังรับราชการอยู่ในค่ายจิระประวัติ  ที่นครสวรรค์  พายุต้องการหาทำเลค้าขาย  หรือทำอาชีพอื่นๆ  ที่พอเลี้ยงตัวเองได้


การเจรจาระหว่างวิวัฒน์ กับ มงคล และโตมร ไม่ลงตัว ทั้งวิวัฒน์และมาศจันทร์  ไม่ตกลงข้อเสนอ ทำให้มงคลไม่พอใจ..เย็นวันนั้นระหว่างทางที่วิวัฒน์ กับมาศจันทร์ ขับรถกลับกรุงเทพ โตมร สั่งให้มือปืน มายิงวิวัฒน์  แต่บังเอิญ พายุกับจ่ารงค์ ผ่านมาพอดี  ทั้งสองเลยช่วยวิวัฒน์กับมาศจันทร์ไว้ได้   วิวัฒน์รู้สึกขอบคุณ  และชวนมาทำงานที่เหมือง พายุตกลงโดยไม่บอกว่าเขาเคยติดคุกมาก่อน  มาศจันทร์รู้สึกพอใจที่พายุมาอยู่ใกล้ๆ ถึงแม้เธอไม่มีเหตุผลอธิบายว่าทำไมถึงอุ่นใจ ก็ตามที

วีนัสได้ไปรวบรวมคดีปล้นรถขนเงินธนาคาร ที่พายุมีส่วนในการปล้น  เป็นจังหวะเดียวกับ ภูผา (จิณณะ นวรัตน์) ที่เพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมา แล้วมารายงานตัวต่อคุมประพฤติ  ภูผาเป็นคนยียวน  เขาแทะโลมวีนัสจนทั้งคู่เป็นไม่เบื่อเมากัน  วีนัสสัญญาว่าจะเอาเขาเข้าคุกอีกครั้ง ถ้าเขาไม่มารายงานตัวตรงเวลา  ภูผาไม่สนใจ  เขากลับไปบ้านเกิดที่พิจิตร

บริษัทสาขาของสุพจน์ เปิดขึ้นอย่างเป็นที่ปากน้ำโพทางการ  โดยมีเอื้อมพรเป็นคนดูแล   และสุพจน์ก็ยังคงข่มเหงเอื้อมพรอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง พายุได้มาเจอเอื้อมพร  เธอจึงมีกำลังใจอีกครั้ง ทั้งคู่รักกันอย่างมั่นคง แต่สุพจน์กีดกัน  แล้วด่าว่าพายุว่าเป็นคนเนรคุณ  เขาเป็นคนเลี้ยงพายุมา ...

ภาพอดีตของพายุปรากฏขึ้น...
“แม่ของพายุชื่อ นิ่ม (สุธิตา เกตานนท์)  พ่อเป็นโจรชื่อ ไผ่ (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) ไผ่มาปล้นสุพจน์  แล้วถูกสุพจน์ยิงตาย  สุพจน์ (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) สงสารจึงเอา นิ่มมาเลี้ยงดูขณะที่มีลูกติดท้องมา  คือ พายุ  ...แต่นิ่มไม่รักดีทิ้งพายุและหนีตามชู้ไป  ตั้งแต่นั้นมาไม่มีใครเคยเห็นนิ่มอีกเลย” 

พายุแค้นใจ  เขาเชื่อว่าแม่เขาไม่ได้หนีตามชู้ไป  โตมร ได้มาพบเอื้อมพร แล้วนึกรัก  จึงบอกให้มงคลมาทาบทาม  ในตอนแรกสุพจน์ไม่ยอมยกให้  แต่อิ่มจิต ที่รู้ความจริงทั้งหมดจากเอื้อมพร ว่าสุพจน์ข่มเหงเอื้อมพร มาตลอดหลายปี เธอจึงขู่จะเอาความกับสุพจน์  ..สุพจน์จึงยอม  แม้ว่าเอื้อมพรจะไม่ได้รักโตมร แต่ก็ยังดีกว่าตกนรกอยู่ที่นี่ กับสุพจน์

พายุทำงานที่เหมืองทองและได้ข่าว ถึงกับแค้นใจ อาฆาตสุพจน์ ทำให้สุพจน์ต้องเรียก จ่านนท์ (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) มาเป็นบอดีการ์ดคอยคุ้มกัน จ่านนท์ เจอหน้าพายุ ...

ภาพอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง
พายุจบจากนักเรียนนายสิบ ได้เข้ารับราชการในศูนย์สงครามพิเศษ เพราะเป็นคนที่มีฝีมือดี  มีทักษะในการรบสูง เขาเข้ามาฝึกเพิ่มเติม โดยมีจ่านนท์เป็นครูฝึก  ต่างฝ่ายต่างรู้ฝีมือกันดี....ซึ่งอีกภาพหนึ่งที่ปรากฏในความทรงจำของพายุ คือ  เขาจำได้ว่าเห็นคนที่คล้ายจ่านนท์อยู่ในทีมปล้น  แต่ยังไม่ทันถนัดเขาก็หมดสติไปเสียก่อน....”

มาศจันทร์ถูกกดดันจากพวกชาวบ้าน หาว่าเหมืองทองแห่งนี้ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ  ทำให้เหมืองต้องหยุดกิจการชั่วคราว  ซึ่งที่จริงแล้วมันเป็นแผนยุแย่ของมงคล กับ กอบคุณ กอบคุณเป็นคนวางแผนทั้งหมด แล้วเข้ามาตีสนิทกับมาศจันทร์ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ที่แท้กอบคุณเป็นลูกคนละเมียของมงคล  วิวัฒน์เห็นว่ากอบคุณเรียบร้อย และเป็นตำรวจมีหน้าที่การงานดีจึงไว้ใจ  มาศจันทร์ก็เช่นกัน เธอรู้สึกว่ากอบคุณให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง ทำให้พายุรู้สึกน้อยใจในบางครั้ง  อีกทั้งกอบคุณ ก็บอกมาศจันทร์ กับวิวัฒน์ว่า พายุเป็นหนึ่งในคนที่ปล้นรถขนเงินของธนาคาร เมื่อ 6 ปีที่แล้ว และเขานี่แหละเป็นคนจับพายุด้วยมือของเขาเอง ....

สุพจน์กับมงคลเป็นดองกันแล้ว  คราวนี้ก็ร่วมกันทำงานขนของผิดกฎหมายกันอย่างคล่องตัว  เอื้อมพรรับรู้เรื่องทุกอย่าง  อิ่มจิตพยายามห้าม กลีบถูกสุพจน์ตบตี จนทนไม่ไหว เธอจึงขอหย่าแล้วหนีไปบวชชี

ภูผา ติดคุกเพราะถูกใส่ร้าย เขารู้ว่า มงคลนี่แหละเป็นตัวต้นเหตุ  เขาจึงปล้นสินค้าของมงคล ขณะที่ขนมากับเรือของสุพจน์ที่ล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา  ซึ่งของที่ปล้นได้กลับเป็นยาเสพติด  อาวุธเถื่อน ความซวยมาเยือนภูผาเต็มๆ  เพราะเขาต้องเก็บสินค้าพวกนี้ไว้  ระหว่างนั้น เขาได้พบกับ พายุ ที่เข้ามาช่วยขณะที่เขากำลังจะเสียที...พายุพาเขาหนีไปได้

ภาพอดีตปรากฏขึ้น....
“ช่วงที่พายุติดคุกอยู่ เขาได้ช่วยภูผา ให้รอดตายจาก เจ้าพ่อเรือนจำ  ทำให้ภูผาสำนึกในบุญคุณ และชมชอบพายุถึงกับขอเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันเลยทีเดียว  พายุตกลง แต่เขาไม่เคยเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้ใครฟังเลย”

วีนัสได้หลักฐานบางอย่างแล้วเดินทางมาหาพายุ  เป็นช่วงที่พายุกำลังเสียใจเรื่องมาศจันทร์  เขาจึงเริ่มสนิทสนมกับวีนัส  ภายใต้สายตาของภูผา ที่แม้จะเป็นไม่เบื่อไม้เมากับ วีนัส แต่เขาก็หลงรักวีนัสอย่างจริงจัง...วันหนึ่งภูผาเมาแล้วเกิดมีปากเสียงกับพายุ เรื่องวีนัส  พายุบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับวีนัส ภูผาไม่เชื่อ  ทั้งคู่จึงชกต่อยกันท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา....วีนัสรับรู้และได้ยิน เธอจึงเสียใจแล้วทิ้งเอกสารไว้ให้พายุแล้วกลับกรุงเทพไป

พอดีกับเป็นวันที่พายุกับภูผาต้องมารายงานตัวที่คุมประพฤติ พายุรายงานตัวกับวีนัส   ภูผามาพบเข้าแล้วตัดสินใจเดินจากไปโดยไม่รายงานตัว  พายุบอกกับวีนัสว่า ภูผารักวีนัสมาก ส่วนตัวเขาเองไม่สามารถรักใครได้อีกแล้วนอกจากมาศจันทร์
ภูผามานั่งหมดอาลัยตายอยากที่ท้องสนามหลวง และคิดว่า ชีวิตนี้คงต้องกลับเข้าไปอยู่ในคุกดีกว่า  แต่วีนัสมาหาเขา แล้วบอกว่ายังมีเวลาที่จะรายงานตัว  ภูผาเห็นวีนัสแล้วรู้สึกดี ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน แล้วช่วยกันหาหลักฐานลื้อฟื้นคดีให้พายุ
พายุตัดสินใจให้ภูผาเอาของผิดกฎหมายที่ภูผาปล้นมา เอาไปให้ผู้กองกอบคุณ   แม้นมาศรู้สึกดีใจ ที่มีหลักฐานมาจับกุมมงคล  โตมรและสุพจน์  แต่ขณะที่ภูผาเอาไปมอบให้พวกตำรวจ  เขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับ  พายุออกตามหาแต่ก็ไม่เจอ เมื่อมาสอบถามกอบคุณ  กอบคุณบอกว่า ภูผากลับคำ  ไม่ยอมเอาของมาให้  เป็นที่สงสัยของพายุ และแม้นจันทร์

กอบคุณตัดสินใจขอแม้นจันทร์แต่งงานกับวิวัฒน์ ซึ่งวิวัฒน์ก็อนุญาต  แต่แม้นจันทร์ กลับปฏิเสธ  ที่จริงเธอมีใจให้พายุ วิวัฒน์ไม่ต้องการมีลูกเขยเป็นคนคุกให้เสียชื่อวงศ์ตระกูล จึงไม่ยอมและบังคับให้แม้นจันทร์ต้องแต่งงานกับกอบคุณเพราะรับปากไปแล้ว

พายุเสียใจที่เขาต้องมาถูกกล่าวหาเป็นคนคุก...ภาพอดีตครั้งที่ปล้นผุดเข้า

“วันที่รถขนเงินที่ถูกปล้น พายุเป็นหัวหน้าคุมการขนเงินมาจากธนาคารหลายธนาคาร เพื่อนำมาส่งคลังจังหวัด มาเกิดเหตุระหว่างทาง ขณะที่รถกำลังวิ่งมาเกิดยางแตก...(เป็นการลอบยิงมาจากข้างถนน) พนักงานขับรถควบคุมรถไว้ได้  แล้วก็มีชายฉกรรจ์บุกเข้าปล้นและยิงทุกคนเสียชีวิต  ยกเว้นพายุ ที่ถูกใครบางคนตีที่ท้ายทอย  ก่อนเขาสลบ เขาเห็นใครบางคนตรงหน้าที่รูปร่างคล้ายจ่าชานนท์...”

วีนัสกังวลใจกับการหายตัวไปของภูผา และคิดว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับของที่ภูผาเอาไปคืน  พายุก็คิดแบบเดียวกัน ซึ่งจังหวะเดียวกันกับวีนัสได้ข้อมูลจากพยานที่ให้การปรักปรำพายุว่า พายุเป็นคนยิงพวกเดียวกันเอง คนนั้นคือ ...ร.ต.ท กอบคุณ (ยศสมัยนั้น)...เรื่องราวชักเริ่มเข้าเค้า

ภูผาถูกจ่าชานนท์กับลูกน้องจับมา แต่ยังไม่ฆ่าเพราะต้องการรู้รายชื่อของพวกที่ปล้นทั้งหมด  ในคราวนี้ทำให้รู้ว่าภูผาคือลูกของนิ่ม กับกำนันไผ่  ชานนท์พอเคยได้ยินชื่อเสียงของกำนันไผ่ จอมโจรผู้ดีแห่งบางมูลนาก  ภูผาถูกซ้อมขอให้บอกที่ซ่อนของทั้งหมดที่ขโมยไป แต่ภูผาไม่ยอมบอก

พายุ ได้ข้อมูลบางอย่างจากอ้อมใจ เกี่ยวกับภูผา  เพราะเธอแอบได้ยิน มงคล  เสี่ยสุพจน์  และโตมร พูดคุยกัน  ซึ่งเรื่องราวบางอย่างโยงไปถึง ผู้กองกอบคุณ   พายุขอให้มาศจันทร์ ช่วยสืบเรื่องผู้กองกอบคุณให้   แม้นมาศรับปาก เพราะใจจริงเธอรักพายุ และไม่เห็นว่าพายุจะดูเป็นโจรตามที่ทุกคนบอก

ยิ่งสุพจน์รู้ว่าภูผาเป็นลูกของไผ่กับนิ่ม  เขายิ่งแค้น  และยิ่งทรมานภูผาอย่างหนัก โดยไม่มีเหตุผล โตมรกับมงคลยังแปลกใจ  ...จากข่าวที่เอื้อมพรให้มา ทำให้พายุรู้ว่า ภูผาถูกขังอยู่ที่ไหน เขาจึงบุกเข้าไปช่วย  และอย่างไม่คาดคิด  ผู้กองกอบคุณก็ไปช่วยด้วย  มาศจันทร์บอกว่า เธอเล่าเรื่องนี้ให้กอบคุณฟัง  และกอบคุณยินดีที่จะช่วย มาศจันทร์กลัวพายุจะเป็นอันตรายเลยไปบอกกอบคุณ  พายุจำใจฝืนทน ที่จะต้องทำงานกับคู่แข่งหัวใจของเขา   แต่เขา  วีนัส  และกอบคุณ ก็ช่วยภูผาออกมาอย่างง่ายดาย  และผิดสังเกต

อย่างไรก็ดีภูผาขอให้ทั้งหมดพามาที่บ้านของภูผา และที่นี่ทุกคนก็ได้เจอกับกำนันไผ่และนิ่ม ความจริงเปิดเผยว่า....

ภาพอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง.....
กำนันไผ่แห่งท่าข้าวบางมูลนาก  กับ สุพจน์ เจ้าพ่อขนส่งข้าวในแถบภาคเหนือตอนล่าง เป็นทั้งคู่ค้าและเพื่อนสนิทกัน  สุพจน์ออกจะมีฐานะด้อยกว่า  กำนันไผ่แต่งงานกับนิ่มสาวสวยแห่งเมืองพิจิตร นิ่มเป็นนางงามของจังหวัด ที่ใครๆ ก็หมายปอง แต่กำนันไผ่พิชิตใจนิ่มได้  นำความโกรธแค้นมาให้สุพจน์ เพราะนอกจากนิ่มจะสวยแล้ว ฐานะทางบ้านของนิ่มก็ร่ำรวย สุพจน์ต้องการสมบัติของนิ่มด้วย

แต่เมื่อไม่เป็นไปตามที่หวัง เขาจึงแค้น และเริ่มหารเรื่องใส่ความกำนันไผ่ต่างๆ นานา จนกำนันไผ่ได้ชื่อว่าเป็นกำนันโจร  ทรัพย์สินทั้งหมดถูกสุพจน์โกงไปหมด  กำนันไผ่แค้นจึงลอบเข้าปล้นบ้านของสุพจน์  แต่ที่แท้เป็นกับดัก    สุพจน์ยิงกำนันไผ่แล้วคิดว่าตาย  เขาจับนิ่มมาอยู่กินด้วย ...สองสามเดือนต่อมานิ่มท้องพายุ แต่สุพจน์ไม่ยอมรับ เขาคิดว่าต้องเป็นลูกของกำนันไผ่ แต่ด้วยสมบัติของนิ่ม

สุพจน์จำใจเลี้ยงดูพายุเอาไว้  จนกระทั่งพายุไปเรียนนายสิบ เขาจึงวางแผนฆ่านิ่ม และแต่งงานกับ อิ่มจิต  แต่คนที่ให้ไปฆ่านิ่ม มันทำไม่ลงจึงปล่อยนิ่มหนีไป  นิ่มกลับไปหากำนันไผ่ แล้วอยู่กินด้วยกันเงียบๆ  มายี่สิบกว่าปี ...และให้กำเนิดภูผาอีกคน”

ภูผากับพายุ จึงถือว่าเป็นพี่น้องกัน  มาศจันทร์  วีนัส  กอบคุณรับรู้เรื่องนี้ด้วย มาศจันทร์กับกอบคุณกลับไปที่บ้านวิวัฒน์เตรียมตัวเข้าพิธีวิวาห์ กับกอบคุณ พายุเสียใจ  แต่เขายังมีภารกิจเรื่องการปล้นธนาคาร  และเรื่องของสุพจน์  พายุตัดสินใจที่จะเข้าไปคุยกับสุพจน์ให้รู้เรื่อง แต่สุพจน์ไม่ยอมรับ ทั้งยังสารภาพว่า พายุมันเหมือนหอกข้างแคร่ของเขาเขาน่าจะฆ่าพายุตั้งแต่วันที่พายุเกิดแล้ว  เพราะเขาคิดว่าพายุเป็นลูกของกำนันไผ่ ..

พายุเสียใจและจากมาอย่างคับแค้น แล้วถูกดักยิงโดยจ่าชานนท์  แต่พายุไม่ตาย เอื้อมพรพาเขาไปรักษาและซ่อนตัวไว้ เอื้อมพรมีหลักฐานบางอย่างเกี่ยวกับโตมา และมงคล เกี่ยวกับการค้าของเถื่อน และของผิดกฎหมายโดยร่วมกับสุพจน์  พายุเตือนให้เอื้อมพรระวังตัว เพราะถ้าถูกจับได้เอื้อมพรต้องไม่ปลอดภัยแน่ แต่เอื้อพรไม่กลัว เธอยังรักพายุอยู่อย่างสุดหัวใจ

แม้นจันทร์รับรู้เกี่ยวกับลับลมคมในของกอบคุณบางอย่าง เกี่ยวกับการรับสินบนจากสุพจน์  เรื่องสินค้า แต่เธอยังไม่แน่ใจเพราะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนนัก แต่มันก็ทำให้เธอเริ่มไม่ไว้ใจเขา  ...หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ จ่าชานนท์กับพวกบุกไปค้นของเถื่อนที่ภูผาซ่อนไว้จนเจอ  และเวลาใกล้เคียงกัน สุพจน์กับจ่าชานนท์ก็บุกไป โดยไม่รู้ว่า ได้ข่าวมาจากไหน....(มาศจันทร์สงสัยกอบคุณ)

สุพจน์ กำนันไผ่เผชิญหน้ากัน  ภูผายังบาดเจ็บหนัก  นิ่มร้องขอชีวิต   แต่สุพจน์ไม่สน เขาสั่งฆ่าและเผาทุกคน ...พายุได้รับข่าวจากมาศจันทร์ จึงรีบมาช่วยแต่ไม่ทัน เขาช่วยได้แต่ภูผา ส่วนไผ่กับนิ่มตายในกองเพลิง....เพลิงพายุจึงระอุขึ้น

วีนัสรวบรวมหลักฐานจนสามารถเจอช่องที่จะรื้อฟื้นคดีปล้นของพายุมาพิจารณาใหม่ได้  และพบว่าคำให้การของพยานอย่าง ร.ต.ท.กอบคุณในขณะนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงบางอย่าง  วงจรปิดบริเวณนั้นหายไปทั้งหมด ทาง ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ และเริ่มสืบสวนคดีใหม่

ภูผาได้รับการเยี่ยวยาจนหายเป็นปกติ  เขากับพายุ สองพี่น้องเริ่มฟิตร่างกาย ทบทวนการต่อสู้ และการใช้อาวุธ ต่างๆ พายุถ่ายทอดให้น้องชายจนภูผาชำนาญ นอกจากนี้ยังมีจ่ารงค์ เพื่อนรักอีกคนที่เข้ามาร่วมการล้างแค้นครั้งนี้ด้วย ....

เอื้อมพรรู้ความจริงว่า ที่แท้กอบคุณก็คือ ลูกชายของมงคลที่เกิดกับแม่คนละคนกัน เธอพบหลักฐานเกี่ยวกับการปล้นธนาคาร 50 ล้านเมื่อ 6 ปีก่อน ...แผนการทั้งหมด มงคล กับ โตมร และกอบคุณเป็นคนริเริ่มทั้งสิ้น โดยมีจ่านนท์ เป็นคนรับงาน

ภาพอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง....
“วันนั้นพายุ เป็นหัวหน้าทีมในการคุมเงินที่ขนจากธนาคาร พาณิชย์แห่งหนึ่ง ราว 50 ล้านบาท  เพื่อมาเข้าคลังจังหวัด  ครึ่งหนึ่งของเงินจำนวนนี้คือเงินที่ มงคลเพิ่งเอาไปฝากกับธนาคาร  ..จากนั้นจ่านนท์กับทีมงานก็มาปล้น  โดยไว้ชีวิตพายุไว้คนเดียว นอกนั้นยิงทิ้งหมด เพื่อให้เป็นแพะ  กอบคุณ เป็นตำรวจที่เข้ามาในเหตุการณ์ก่อนใคร แล้วตีหัวพายุจนสลบ  เขากับลูกน้องบางคนช่วยกันสร้างหลักฐานให้ดูเหมือนว่าพายุเป็นสายให้คนมาปล้น...หลังจากนั้นพายุก็ถูกจำคุก”

นอกจากนี้ หลังจากที่กอบคุณแต่งงานมาศจันทร์แล้ว เขาจะจัดการกับวิวัฒน์แล้วฮุบสมบัติทั้งหมด  โดยมีสุพจน์ร่วมมือด้วย   เท่ากับว่าถ้าแม้นจันทร์แต่งงานกับกอบคุณก็เท่ากับว่าตกนรกทั้งเป็น  เอื้อมพรปล่อยเรื่องนี้ไว้ไม่ได้...เธอรวบรวบข้อมูลแล้วเก็บเอาไว้ที่ลับแห่งหนึ่ง

เอื้อมพรกำลังจะมาบอกพายุ แต่เธอถูกโตมรฆ่าตายเสียก่อนด้วยการระเบิดรถ ขณะที่เธอกำลังจะมาหาพายุ ...เอื้อมพรนัดพายุเอาไว้ ...แต่ตอนนี้แม้แต่วิญญาณเธอก็ไม่สามารถมาบอกเขาได้   ข่าวที่เอื้อมพรถูกลอบสังหารเป็นข่าวใหญ่

การแต่งงานของมาศจันทร์กับกอบคุณกำลังจะเริ่มขึ้นในวันรุ่งขึ้น  พายุ กำลังคิดว่าเขาจะทำอย่างไว้ดี พอดีแม่ชีอิ่มจิต มาพบเขา แล้วเอาหลักฐาน และข้อความทั้งหมด ที่เอื้อมพรฝากเอาไว้เกี่ยวกับกอบคุณ และการปล้นรถธนาคารเมื่อ 6 ปีก่อน มาให้ ทั้งยังบอกแผนการที่กอบคุณจะฆ่าวิวัฒน์ และฮุบสมบัติ รวมถึงที่จริงแล้ว กอบคุณคือลูกชายของมงคล

วีนัสเอาหลักฐานที่พอจะประติดประต่อกันได้ ไปให้ ดีเอสไอ  พายุ  ภูผา  และจ่ารงค์พร้อมลุย ในวันที่มาศจันทร์แต่งงาน ...วันรุ่งขึ้น มาศจันทร์ได้แต่ชะเง้อมองพายุที่จะมาช่วย ..และเมื่อขันหมากมาถึง พายุ  ภูผา จ่ารงค์ ก็เผยตัวออกมาชิงมาศจันทร์  เป็นเวลาเดียวกับ วีนัส พา ดีเอสไอ เข้ามาแสดงตัวจับกุม มงคล  โตมร  กอบคุณ  สุพจน์  และจ่าชานนท์

เกิดการยิงปะทะกันครั้งยิ่งใหญ่ ...กอบคุณจับตัวมาศจันทร์ไปเป็นตัวประกัน แล้วขึ้นรถหนีไป ภูผาสู้กับจ่าชานนท์  และฆ่าชานนท์ตาย  จ่ารงค์ฆ่าโตมรตาย  นายกมงคลและสุพจน์ถูกจับดำเนินคดีในหลายข้อหา   พายุตามไปช่วยมาศจันทร์ไว้ได้ และฆ่ากอบคุณตาย  เหตุการณ์ทั้งหมดจบลงด้วยดี

วิวัฒน์เข้าใจเรื่องทุกอย่าง เขาจึงยอมให้พายุคบกับมาศจันทร์  การรื้อฟื้นคดีใหม่ทำให้พายุสิ้นมลทิน ภูผารู้สึกยินดีกับพี่ชายแล้วหันมาคบกับวีนัสอย่างจริงจัง ...เหมืองทองที่เคยถูกร้องเรียนว่าปล่อยสารพิษ ก็มีหลักฐานพบว่า มงคลกับโตมรเป็นคนจัดฉากขึ้นมาโดยเอาสารพิษไปปล่อยในลำธารสาธารณะ เหมืองทองสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

สุพจน์สำนึกผิด  เขายอมรับว่าพายุคือลูกเขา และยกกิจการทั้งหมดให้พายุดูแล  และหลังจากวันนั้นจนวันนี้เพลิงพายุ ก็ไม่เคยคุกรุ่นขึ้นมาอีกเลย

แกลลอรีGallery เจ้าพายุ