เหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล

เหยี่ยวรัตติกาล

ละครหลังข่าว ศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น.

บทประพันธ์ : นอร์แมน วีรธรรม บทโทรทัศน์ : นอร์แมน วีรธรรม

ธาวิน เยาวพลกุล,อคัมย์สิริ สุวรรณศุข,หลุยส์ เฮส,ปาณิชดา แสงสุวรรณ,อนิสา นูกราฮา,กัญญกร พินิจ

เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล

เรื่องย่อละคร "เหยี่ยวรัตติกาล"

เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด


ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์) กับ รัตนา (นวลปรางค์ ตรีชิต) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์ กับรัตนา พาราตรี ไปเที่ยวหัวหิน  ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่ง รัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์ แวะไหว้พระก่อนกลับ  ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนา กับศักดิ์สิทธิ์ กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรี ก็หายตัวไป รัตนาตกใจรีบออกไปตามหา พบว่าราตรี กำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบต ที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนา ยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรี มีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายง ที่วัด เพราะชาวทิเบต นับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์ กลับว่าลุงมายง น่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรี จะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า

ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อยๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรี หลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์ พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรี คงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป
        
15 ปีผ่านไป..
ราตรี (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกา จนจบโท จึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (กัญญกร พินิจ) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็กๆ ฉบับหนึ่ง ชื่อ “อธิปไตย” นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง  ซึ่งนุชนาถ ลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษี รวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรี ช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรี ทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์ นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรี ไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถ ขับรถมาส่งราตรี ก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คน ออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถ ถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรี เอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท

ผู้กองเซนต์ (ธาวิน เยาวพลกุล) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่าพบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด

ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้นมีอาการบาดเจ็บจากกระสุน 2-3 แห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ครู่หนึ่งนุชนาถ ก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่า เห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถ ก็ตกลง

ผู้กองเซนต์ มาดักรอราตรี ที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่า ราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์ อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ ถามถึงนุชนาถ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถ กลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์ แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด  เซนต์เตือนราตรี ให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรี โทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์ จะเป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้

ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรี ไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า

รุ่งเช้าราตรี ไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรี ขึ้นไปห้องพระและถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรี ได้รับเมื่อตอนเด็กๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรี ไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรี ก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรี ระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการด้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญ ถ้าราตรี เชื่อมั่นก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบต ที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์ กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรี ตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรี ตั้งใจไว้  ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว

ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถ ถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถ และครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถ ถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก

นายสมศักดิ์ ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (สวิช เพชรวิเศษศิริ) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการและส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือ ควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ ตำหนิว่าสมศักดิ์ ทำงานโดยพละการทำให้กลายเป็นเป้าหมาย  ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคมและกฎหมาย ซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กรและเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน

หลังจากราตรี เข้าคุมหนังสือพิมพ์ 2 วันต่อมา ราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์ เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์ โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคมและทางการ จึงคิดกำจัดราตรี

เซนต์สนใจราตรี ตั้งแต่แรก เพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อยๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่า นายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรี แบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์ มีน้ำใจ

เช้าวันหนึ่งราตรี ตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...

พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรี ลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ

วันหนึ่งสมศักดิ์ ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธและจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาล ได้ทุกเวลา

คืนหนึ่งสมศักดิ์ ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์ เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไวจนเหลือแต่สมศักดิ์ คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์ มาเฟียลงในที่สุด

รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรี ภายในมีข่าวของสมศักดิ์ เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาล อยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน

กองทัพนักข่าว ต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาล ปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย

เซนต์มาหาราตรี ชวนไปนั่งทานกาแฟและขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาล ออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาล มาให้ได้

หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาล ช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรี เท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรี มีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรี ก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่นๆ ไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล

เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย ลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาล อยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่ง เมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพลก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาล ให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาล ปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตย มากขึ้น

พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น  แต่ราตรี ก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์ สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสิน ก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย

เซนต์ และราตรี ต่างก็สืบสวนและหาทางเปิดโปงนายสรสิน ให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์ซัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ  อีท (ปาณิชดา แสงสุวรรณ) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์ และกระบวนการ  แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์ หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่างๆ ของนายพิเชษฐ์ ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาล สามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือ ต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์ หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน

เซนต์ และราตรี ได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์ หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาล ไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาล ให้เลิกตามล่าได้

พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาล รวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาล มีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบต พื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่างๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้  สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว

เหยี่ยวรัตติกาล ออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรี ก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่างๆ ของพิเชษฐ์ รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตน แต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาล ตามประกบติดจนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรี เปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาล คงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน

หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรี ต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่นๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของเซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์ คือ ก้องเกียรติ และทีมงานของราตรี และอีท ผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติ เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์ กับราตรี ที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ ใครคือเหยี่ยวรัตติกาล!!??
  
...........................................................................................................

แกลลอรีGallery เหยี่ยวรัตติกาล