สะใภ้ไร้เงา
สะใภ้ไร้เงา

สะใภ้ไร้เงา

ละครก่อนข่าว จันทร์ - อาทิตย์ เวลา 18.50 น.

ละครเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.50 น.

บทประพันธ์ : ปิยพร วายุภาพ บทโทรทัศน์ : อรุณแก้ว

เขตต์ ฐานทัพ,ณัฐชา นวลแจ่ม,กรเศก โคร์นิน,ปทิตตา อัธยาตมวิทยา,กัญญกร พินิจ

เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา

เรื่องย่อละคร สะใภ้ไร้เงา

เช้าตรู่ในวันพิธีมงคลสมรสของ “มัจฉา” ว่าที่เจ้าสาวพันล้าน เธอได้นครอบครัวอันได้แก่ “พ่อเพิ่ม” แม่วรรณา”  “ยายทอง” และ “ข่อย” น้องชายสุดแสบจาก “โคกอีเห็น” มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อมาให้ทันงานหมั้นของมัจฉาในตอนเช้า แต่แล้วเหตุการณ์คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อระหว่างเดินทาง ได้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ครอบครัวของมัจฉาดับอนาถตายคาที่ !!!

แต่แล้ว มัจฉาฟื้นขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องแต่งตัว และกำลังจะเข้าพิธีหมั้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ทันทีที่ส่งกระจก เธอก็พบว่าในกระจกปราศจากซึ่งเงาของเธอ เพราะในตอนนี้เธอกลายเป็นเพียงวิญญาณแล้ว... ตึงงงงง!!

มัจฉาร้องไห้เสียใจที่รู้ว่า ความตายกำลังจะพรากเธอไปจาก “ไตร ฐากูลเรืองวิริยา” ว่าที่สามีอันเป็นที่รัก เธอจึงได้แต่ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงบุญกุศลที่ได้ทำมา เพื่อให้เธอได้เข้าพิธีแต่งงานกับคนที่เธอรัก และแล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น เมื่อร่างกายของมัจฉากลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง

ในที่สุด มัจฉาก็เข้าพิธีหมั้น และพิธีสมรสสมใจปรารถนาจนได้ หนำซ้ำ ครอบครัวของเธอยังเข้าร่วมพิธีด้วยหน้าตาเฉย เวลานี้มัจฉาสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน ความจริงแล้วคือเธอยังไม่ตาย !

แต่งานแต่งงานของมัจฉาก็หาใช่ว่าจะราบเรียบ เพราะครอบครัวของมัจฉาเคยแต่ใช้มือจกข้าวเหนียมกับปลาแดก เลยไม่เคยขึ้นโต๊ะอาหารหะรูหะราแบบพวกไฮโซฯ ทำให้อาหารกระเด็นกระดอนไปตกลงบนโต๊ะแขกท่านอื่นบ้าง บางทีก็พานตกลงไปในถ้วยไวน์ที่ “คุณอดิศร” พ่อของไตรที่กำลังกระดกดื่ม จนเจ้าตัวตกใจทะลึ่งพรวดไวน์ออกมาเลอะเทอะไปหมด หนักสุดเห็นจะเป็นขาหมูที่แม่วรรณาพยายามหั่น ดันลอยละล่องตกลงไปบนกระบังผมของ “คุณหญิงตรีทิพย์” แม่ของไตร ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์กรี๊ดแตก เดือดร้อนไตรต้องมาไกล่เกลี่ย คุณหญิงตรีทิพย์เห็นภายในงานต่างเต็มไปด้วยแขกที่เป็นทั้งนักการเมือง ไฮโซฯ รวมทั้งสื่อมวลชนทั่วฟ้าเมืองไทย เลยยอมไม่เอาเรื่องครอบครัวโคกอีเห็นของมัจฉา

งานแต่งงานดำเนินมาถึงช่วงพิธีกรเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาว รวมทั้งพ่อแม่ของทั้ง 2 ฝ่าย ขึ้นมากล่าวคำอวยพร ไตรให้คำมั่นสัญญาว่าไม่ว่ามัจฉาจะเป็นอะไรก็ตาม เขาจะรักมั่นเพียงมัจฉาคนเดียว ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง สร้างความตื้นตันใจแก่มัจฉาเป็นอย่างมาก จนถึงกับน้ำตารินออกมา

เมื่อถึงคราวของฝ่ายพ่อและแม่ของเจ้าข่าว-เจ้าสาว พ่อเพิ่มบอกว่า ได้แต่งเพลงอวยพรมาให้ลูกเขยและลูกสาววของเขา ทีแรกคุณหญิงตรีทิพย์นึกว่าพ่อเพิ่มจะดีดเปียโนพร้อมกับร้องเพลงให้ แต่พอมองซ้ายก็ไม่เห็นเปียโนสักหลัง พอมองไปทางขวา เอ๊ะ! ไหงกลับกลายเป็นว่า คุณหญิงตรีทิพย์เห็นข่อยเอาแคนที่พกติดตัวมาจากโคกอีเห็น มาเป่าให้พี่สาวสุดที่รัก โดยมีพ่อเพิ่มเริ่มขับขานเพลงหมอลำที่ตัวเองแต่งขึ้นมาเอง

ไตรกับมัจฉาชวนแขกในงานให้มาเซิ้งด้วยกัน ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ตาลีตาเหลือกรีบบอกสามี ให้ไปห้ามยายสะใภ้ไม่ได้รับเชิญหยุดทำอะไรบ้านนอกบัดเดี๋ยวนี้ ! แต่พอคุณหญิงตรีทิพย์หันไปก็แทบทรุด เมื่อเห็นคุณอดิศรกำลังเซิ้งอยู่กับแม่วรรณาและยายทองอย่างออกรสออกชาติ สิ้นสภาพนักธุรกิจหมื่นล้าน

เสียงเพลงและทำนองที่คึกครื้นของมนต์แคนแดนอีสาน ทำเอาแขกไฮโซฯ ในงานที่เอียงๆ อายๆ อยู่ ค่อยๆ ลุกขึ้นมาเซิ้งกันอย่างสนุกสนาน (ม้วนแต้ฯ)

แต่แล้วความสนุกก็อยู่กับมัจฉาและครอบครัวได้ไม่นาน เมื่อในคืนส่งตัวเจ้าสาว มัจฉา พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เอง เริ่มรู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองได้ตายไปแล้ว เพราะระหว่างที่พวกเขาจะไปส่งตัวมัจฉาที่ห้องพักในโรงแรม จู่ๆ ก็มีผู้ชายแต่งตัวแปลกๆ สีขาวๆ มีชฎา แถมพอยายทองถามชื่อแซ่ อีกฝ่ายก็บอกว่าชื่อ “พระภูมิ” ตอนแรกพ่อเพิ่มเข้าใจไปตามประสาซื่อว่า โรงแรมที่จัดงานแต่งของลูกสาวเขาคงอยากอนุรักษ์ความเป็นไทย เลยสั่งให้พนักงานแต่งชุดไทย

ทว่า พอพระภูมิเอ่ยปากไล่ให้มัจฉากับครอบครัวออกไป โดยบอกว่า ที่โรงแรมแห่งนี้เป็นที่ของคน ไม่ใช่ที่ของผี ทำเอายายทองโกรธจัดจนลืมไปว่าแก่ กระโดดขาคู่ซัดพระภูมิเข้าให้ แต่แล้วทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้น ลากพระภูมิหายตัวไปต่อหน้าต่อตามัจฉาและครอบครัว ทำเอายายทองตกใจจนแทบจะหัวใจวาย

และแล้ว ภาพขณะที่ประสบอุบัติเหตุ ก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัวของมัจฉาและครอบครัว “ใช่แล้ว... พวกเขาตายแล้วแหงๆ” โดยยายทองเครียดกว่าใครเพื่อน เพราะแกเพิ่งไปเตะพระภูมิ !

พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ร้องห่อร้องไห้เสียใจที่ยังใช้ชีวิตไม่คุ้ม โดยเฉพาะชีวิตคนกรุงเทพฯ ที่ปรารถนามานานแสนนาน จนกระทั่งมัจฉาได้พบกับ “ยมทูตแอนดี้” ที่ยอมเปิดเผยตัว และได้สารภาพกับมัจฉาว่า เกิดความผิดพลาดทางด้านระบบคอมพิวเตอร์ของนรก ทำให้นำตัววิญญาณมาผิดบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงได้พยายามที่จะให้มัจฉาได้เข้าพิธีแต่งานตามความตั้งใจ

มัจฉาโวยวายที่ตัวเองยังไม่ถึงที่ตาย แต่กลับต้องมาโดนพรากจากสามีอันเป็นที่รัก จึงขอให้ยมทูตแอนดี้รับผิดชอบกับความผิดในครั้งนี้ ระหว่างที่คุยๆ กันอยู่ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ก็โผล่พรวดเข้ามา เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองสุดฤทธิ์ ทำให้ยมทูตแอนดี้ต้องยอมทำผิดกฎนรก โดยยอมให้พลังวิเศษแก่ครอบครัวมัจฉา ให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะหาทางแก้ไขทางอื่นได้

หลังงานแต่งงาน มัจฉาขอร้องให้ไตรให้ครอบครัวของเธอได้เข้าไปพักในคฤหาสน์หรูของไตร แต่คุณหญิงตรีทิพย์ แม่ของไตร กลับไม่ยินยอมให้ครอบครัวของมัจฉาเข้าไปอยู่ร่วมบ้านด้วย เพราะแม้แต่ตัวมัจฉาเอง ตรีทิพย์ก็ไม่ได้ยินดีที่จะรับเป็นสะใภ้อยู่แล้ว

แต่ขณะที่อดิศร พ่อของไตร สามีของตรีทิพย์ เห็นว่าไหนๆ  มัจฉาก็มาเป็นสะใภ้ในบ้านแล้ว ก็ควรจะยอมรับในครอบครัวของมัจฉาด้วย แต่แล้วคุณอดิศรก็ต้องรูดซิปปากเงียบทันที เมื่อคุณตรีทิพย์ ภรรยาบังเกิดเกล้าทุบโต๊ะดังปัง ! ซึ่งคนในตระกูล “ฐากูลเรื่องวิริยา” ต่างรู้ดีว่า คุณอดิศรกลัวภรรยาจนขึ้นสมอง เพราะคุณตรีทิพย์มีนิสัยด่าเป็นจรวด เค็มเป็นทะเล ข่มผัวเป็นกิจวัตร

เมื่อแม่ไม่ต้องการให้มัจฉาและครอบครัวมาอยู่ในคฤหาสน์ “ฐากูลเรืองวิริยา” ไตรก็บอกว่าเขาต้องไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา ในฐานะของสามีที่ต้องดูแลภรรยา ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์รีบห้ามเป็นการด่วน ด้วยเพราะรัก หวง ห่วงไตรที่เธอเลี้ยงมาอย่างดี ชนิดยุงตัวไหนมาไต่ นอกจากคุณหญิงตรีทิพย์จะตบแล้ว นางยังขยี้ๆ ซ้ำจนจำซากเดิมไม่ได้

และแล้ว เรื่องจึงลงเอยด้วยการให้เพิ่ม วรรณา ทอง และข่อย เข้าไปอยู่ในเรือนหลังเล็กของคฤหาสน์ แม้ว่าบรรดาครอบครัวหรรษาจะไม่ยินดีนัก เพราะหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะเป็นไฮโซอยู่บ้านโก้หรูกับเขาบ้าง แต่ด้วยหลักทฤษฎีที่ว่า กำขี้ดีกว่ากำตด ทำให้ทุกคนยินยอมอยู่ในบ้านเล็กในเรือนใหญ่ ด้วยความไม่เต็มใจ

แต่ขณะที่บ้านน้อยในเรือนใหญ่ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ลั้ลลาที่ได้กลายเป็นคนกรุงเทพฯ หรือผีกรุงเทพฯ คนรับใช้ในคฤหาสน์ทั้ง “ป้าแจง” แม่ครัว และ “ไอ้หนึ่ง” คนขับรถ ต่างงุนงงที่เห็นหมาหอนตลอดเวลา ตั้งแต่ครอบครัวนี้มาอยู่ที่นี่

ชีวิตสมรสของไตรและมัจฉาเริ่มต้นด้วยอุปสรรคนานัปการ เพราะตรีทิพย์ทนรับสภาพที่มีมัจฉาอยู่ร่วมบ้านไม่ได้ จึงหาทางกลั้นแกล้งมัจฉาต่างๆ นานา โดยมี “พิศ” และ “น้อย” คนรับใช้คู่บารมีของตรีทิพย์ คอยช่วยหาเรื่องมัจฉา ทั้งให้ซักผ้า กวาดบ้าน ตัดหญ้า จ่ายตลาด ทำกับข้าว ใช้ราวกับเป็น “ศรีทนได้” ส่วนพิศกับน้อย เอาแต่นั่งทำท่าเป็นคุณหญิง คอยสั่งการมัจฉา ด้วยความเป็นคนจิตใจดีและรักสามีอย่างไตรมาก มัจฉาจึงยอมทำงานบ้านทุกอย่างที่คุณหญิงตรีทิพย์สั่ง โดยหวังว่าสักวันความดีของเธอจะชนะใจแม่สามีได้

แต่ความดีของมัจฉายากที่จะชนะใจแม่สามีสุดร้าย เพราะทันทีที่คุณหญิงตรีทิพย์รู้ว่ามัจฉาจ่ายตลาดเกินโควต้าของคฤหาสน์ ก็เทศนายับ โดยบอกว่าหากไปจ่ายตลาดต้องห้ามเกินอาทิตย์ละ 300 บาท (ซื้อข้าวสารก็หมดตัวแล้ว ค่ะคุณแม่!) น้ำสุดท้ายที่ซักผ้าก็ต้องเอามาเช็ดพื้นบ้าน (จะพอเหรอคะ บ้านหลังใหญ่ราวกับสนามกอล์ฟเลยนะคะ) ใบไม้ที่กวาดก็ต้องมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวิภาพ หนังสือพิมพ์ที่อ่านเสร็จต้องเอามาพับขาย (ไอ้ย๊ะ!) หรือไม่ก็ไปขายซาเล้งที่มารับซื้อ (คุณพระ!)

โดยการทำผิดของมัจฉาครั้งนี้ คุณหญิงตรีทิพย์ลงโทษด้วยการยึดบัตรเครดิตที่ไตรให้มัจฉาไว้ใช้จ่าย โดยสั่งมัจฉาว่าห้ามบอกไตร เรื่องถูกยึดบัตรเครดิตเด็ดขาด แม้ว่าคุณอดิศรจะรู้อยู่แก่ใจว่าเมียหาเรื่องแกล้งยึดบัตรเครดิตของมัจฉา แต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะตัวของเขาเองยังได้เงินไปทำงานวันละ 50 บาทเลย ขืนไปช่วย อาจจะถูกตัดเหลือเป็นวันละ 20 บาทก็เป็นได้

พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เห็นสภาพลูกสาวถูกกลั่นแกล้งก็ทนไม่ได้ ขอประกาศให้มันรู้ซะบ้างว่า คุณหญิงตรีทิพย์กำลังเล่นกับใครอยู่ (โฮะๆๆ)

เริ่มจากพ่อเพิ่ม จัดการแกล้งพิศที่กำลังอาบน้ำ ด้วยการลอดหัวออกมาจากฝักบัว ผลปรากฏว่า พิศกรี๊ดดังลั่น เอาขวดยาสระผมตบข่อยซะหัวหันกลับด้าน เดือดร้อนแม่วรรณา ยายทอง และข่อย ต้องมาช่วยกันหมุนหัวข่อยให้กลับมาเหมือนเดิม ก่อนที่พ่อเพิ่มจะถูกแม่วรรณาตบซ้ำ ข้อหาที่ขี้หลีไปหลอกพิศตอนโป๊

คนต่อมาที่ถูกคิดบัญชีก็คือน้อย ขณะที่น้อยกำลังซักผ้าอยู่ ก็ต้องตกใจจนฉี่ราด เมื่อผ้าที่หยิบขึ้นมาจะซัก เป็นหัวของข่อยที่ยาวยืด (บรื๋อส์ส์!)

และคนที่พลาดไม่ได้อย่างแรงคือ คุณหญิงตรีทิพย์ ซึ่งกำลังนอนหลับฝันหวานอยู่ แต่แล้วคุณหญิงตรีทิพย์ก็พลันตกใจตื่น เมื่อจู่ๆ พบว่า ตัวเองกลังนอนอยู่บนบัตรเครดิตขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่บนฟ้า ซึ่งบินฉวัดเฉวียนไปมา จนชนโน่นนี่นั่น จนร่างอวบๆ ของคุณหญิงตรีทิพย์จะร่วงตกตั้งหลายครั้ง ก่อนจะตกลงมาดังตุ๊บจริงๆ ที่กลางป่าช้า คุณหญิงตรีทิพย์วิ่งหนีหาทางออกจ้าละหวั่น แต่สุดท้ายก็หลงกลับมาที่เดิม ก่อนจะพบคนกลุ่มหนึ่งนุ่งสุมกองไฟอยู่ ความดีใจว่างานนี้รอดแล้วเรา ทำให้คุณหญิงตรีทิพย์ตรงรี่ไปขอความช่วยเหลือ แต่พอคุณหญิงตรีทิพย์เห็นใบหน้าของแต่ละคนที่เต็มไปด้วยเลือด บางคนก็ลูกกะตาถลนออกมา คุณหญิงตรีทิพย์ก็ช็อกน้ำลายฟูมปาก ผมตั้งตรงแด่ว

รุ่งเช้า... ไตรถึงกับสำลักกาแฟพรวด เมื่อเห็นสภาพแม่ พิศ และน้อย ที่มีอาการคล้ายกัน นั่นคือจับไข้หัวโกร๋น ผมตั้งฟู พอคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย เห็นหน้าครอบครัวของมัจฉา ภาพเหตุการณ์ที่ถูกหลอกก็ฉาบวาบเข้ามา เพราะใบหน้าของบรรดาผีที่หลอก หน้าพิมพ์พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เป๊ะ! ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย พากันประสานลูกคอกรี๊ดดังลั่น กระทั่งลืมตัวเผลอหลุดปากเรื่องยึดบัตรเครดิตจากมัจฉา ไตรรู้เรื่องแม่ของตัวเองยึดบัตรเครดิตจากมัจฉา ก็คาดคั้นจนรู้ความจริงทั้งหมด จึงต่อว่าคุณหญิงตรีทิพย์

คุณหญิงตรีทิพย์พยายามบอกกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เรื่องผีที่หลอกเธอมีหน้าตาเหมือนกับครอบครัวของมัจฉา แต่ไตรเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของตัวเองกำลังใส่ร้ายครอบครัวของมัจฉา จึงต่อว่าแม่ และบอกว่า หากครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ทำไปถึงถูกแดด อีกทั้งยังใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้ ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย ถึงกับอึ้ง พลางคิดในใจว่า หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น พวกตนแค่ฝันไป ?

ไตรไม่พอใจเป็นอย่างมากที่นอกจากแม่จะหาเรื่องรังแกมัจฉาแล้ว ยังมากล่าหาว่ามัจฉาและครอบครัวเป็นผีอีก จึงประกาศกร้าวว่า หากมัจฉาและครอบครัวถูกกลั่นแกล้งอีก เขาจะย้ายไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉาและครอบครัว

ด้านมัจฉารู้ดีว่าเรื่องที่คุณหญิงตรีทิพย์เล่า เป็นความจริง จึงเรียก พ่อ แม่ ยาย และน้อง มาเอ็ด พร้อมทั้งสั่งห้ามหลอกใครอีก เพราะเธอไม่อยากให้ไตรรู้เรื่องที่เธอและครอบครัวเป็นผี

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ถึงคุณหญิงตรีทิพย์ พิศ และน้อย จะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือการฝันไป แต่ทุกครั้งที่ต้องมาป้วนเปี้ยนใกล้มัจฉากับครอบครัว ก็มักอดที่จะรู้สึกแหยงๆ ไม่ได้ ซึ่งพ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย จะรู้ เลยชอบมาหาเรื่องสนทนาปราศรัยกับคุณหญิงตรีทิพย์กับ 2 สมุนอยู่บ่อยๆ ซึ่งทุกครั้งก็ทำเอาทั้ง 3 คนเหงื่อแตก ปากคอสั่นทุกที จนในที่สุด คุณหญิงตรีทิพย์ต้องยอมสงบศึกชั่วคราว เพื่อขอเรียกขวัญและกำลังใจ ในการที่จะเฉดหัวมัจฉากับครอบครัวไปเสียให้ไกลๆ

เวลาเดียวกันนั้น ณ บ้านโคกอีเห็น หมู่บ้านเล็กๆ ทางภาคอีสาน “สุดที่รัก” เจ้าของโรงสีข้าวที่รวยที่สุดในตำบล ผู้เป็นแฟนคลับของมัจฉา ได้ข่าวจากทางตำรวจว่ามัจฉาและครอบครัวประสบอุบัติเหตุ เพราะเห็นซากรถคว่ำอยู่ข้างถนน ทำเอาสุดที่รักที่หลงรักมัจฉาอย่างบ้าคลั่งทนไม่ได้ ต้องรีบหาทางติดต่อมัจฉาและครอบครัวด่วน

ทันทีที่โทรงมา สุดที่รักก็พบว่า ทุกคนยังอยู่ดีมีสุข จนกระทั่งข่อยรายงานสุดที่รักให้ได้รู้ว่า มัจฉาแต่งงานมาอยู่ครอบครัวนี้ด้วยความลำบาก เพราะถูกตรีทิพย์กลั่นแกล้งตลอด ทำเอาสุดที่รักทนไม่ไหว จึงตัดสินใจเดนิทางมากรุงเทพ เพื่อปกป้องยอดดวงใจของเขาด้วยชีวิต

ขณะเดียวกัน “ตวิษา” น้องสาวของไตร เดินทางกลับจากต่างประเทศ ก็ได้พบกับสุดที่รัก ขณะที่เขาเดินทางมาหามัจฉาและไดขับรถชนรถของตวิษาเข้าให้ ด้วยความเป็นไฮโซประจำหมู่บ้าน สุดที่รักโวยวายจะเอาเรื่องตวิษาให้ได้ ขณะที่สาวเจ้าก็ไม่ยอมเช่นกัน โชคดีที่ไตรมาห้ามทัน ทำให้สุดที่รักได้รู้ว่า ผู้หญิงบ้านนี้ร้ายกาจกันทุกคน แล้วมัจฉาจะอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง

สุดที่รักจึงสัญญากับตัวเองว่า จะต้องหาทางทำให้มัจฉาหย่าขาดกับไตร แล้วกลับไปเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ ผ่าง ผ่าง ผ่าง !!!

ความวุ่นวายไม่หยุดคืบคลานเข้ามาในบ้านของไตรเพียงแค่นี้ เพราะในที่สุด ตัวช่วยของคุณหญิงตรีทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น นั่นก็คือ “เอื้อมพร” เพื่อนสนิทของตวิษา ที่ได้พบกับไตร ก็เกิดประทับใจในตัวพี่ชายของเพื่อนรักเข้าให้ ตรีทิพย์และตวิษาเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ที่จะทำให้ใตรและมัจฉามีปัญหากัน จึงขอให้เอื้อมพรช่วยร่วมมือในการกำจัดมัจฉาออกจากสกุล “ฐากูรเรืองวิริยา” ให้ได้

เอื้อมพร ตรีทิพย์ และ ตวิษา พยายามทำทุกวิถีทางให้ไตรและมัจฉาเข้าใจผิดกัน โดยเอื้อมพรพยายามแสดงความสนิทสนมกับไตร ด้วยการใช้อกอวบๆ หยุ่นๆ กระแซะสีข้างแนบเนื้อไตรตลอด แต่มัจฉาเชื่อมั่นในความหนักแน่นของไตร จึงไม่พยายามใส่ใจกับวิถีนางร้ายของ 3 แสบ ที่พยายามทำให้เธอและสามีมีปัญหากัน ผิดกับแม่วรรณา ที่เห็นแล้วอยากจับเอื้อมพรหักคอ แต่มัจฉาขอไว้ พร้อมกับสั่งว่า ห้ามใครหลอกเอื้อมพรและครอบครัวของไตรอีก ไม่อย่างนั้นเธอจะโกรธจริงๆ แม่วรรณาเลยหงุดหงิด งุ่นง่านยกใหญ่

แต่เอื้อมพรก็ไม่ยอมแพ้ เธอรู้ดีว่าความน้อยใจกำลังค่อยๆ สะสมอยู่ในใจของมัจฉา เอื้อมพรจึงใช้แผนสอง ด้วยการใช้ความเป็นสาวไฮโซฯ พ่อเป็นนักการเมืองใหญ่ ช่วยสนับสนุนธุรกิจก่อสร้างของไตร จนประสบความสำเร็จ โดยเอื้อมพรมักจะมาพูดหยอดให้มัจฉาคิดมาก ว่าเธอกับไตรคือคู่ที่ควรคู่กัน เพราะต่างเกื้อหนุนกัน ไม่เหมือนกับมัจฉา ที่เป็นแค่สาวบ้านนอก ซึ่งแผนนี้ของเอื้อมพรได้ผล เพราะมัจฉาเป็นแค่ลูกชาวนายากจน ไม่มีอะไรที่จะช่วยสามีให้ก้าวหน้าได้เลย

ไม่ใช่เพียงแค่มัจฉาเท่านั้นที่เริ่มน้อยใจในตัวของสามี ด้านไตรเองก็เป็นเช่นกัน โดยตัวต้นเหตุก็คือสุดที่รัก ซึ่งบ้ายมาปักหลักเช่าคอนโดฯ อยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อพามัจฉากลับบ้านนั้น คอยมาหามัจฉาที่คฤหาสน์ของไตร พอสุดที่รักเห็นมัจฉา ต้องมาคอยซักเสื้อผ้าของตวิษา ทีแรกพอมัจฉาบอกว่า เธอเต็มใจทำให้ตวิษา สุดที่รักก็พอจะกัดฟันทนได้

แต่พอเขาเห็นน้อยเอาชุดชั้นในของตวิษามาให้มัจฉาซักด้วย ก็เลือดขึ้นหน้า ไปเอาเรื่องตวิษา ถึงขั้นลากตวิษาให้มาซักชุดชั้นในเอง โดยมีพ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เป็นกองเชียร์ เพราะพวกเขาถูกมัจฉาคาดโทษไว้ว่าห้ามก่อเรื่อง ทั้งๆ ที่ใจอยากจะหลอกตวิษาให้น้ำลายฟูมปากไปเลย

คุณหนูอย่างตวิษาไม่เคยยอมให้ใครมาสั่งง่ายๆ จึงแข็งขืนยืนยันจะให้มัจฉาซักชุดชั้นในเหมือนเดิม ส่งผลให้สุดที่รักได้ยิน ก็ควันออกหู ไม่เข้าใจว่าซักชุดชั้นในมันยากเย็นแสนเข็ญตรงไหน เลยลงมือซักให้ดูซะเลย ทำเอาตวิษากับคุณหญิงตรีทิพย์กรี๊ดลั่น ช่วยกันแย่งกะละมังเป็นการใหญ่

คุณหญิงตรีทิพย์โกรธจัด จนเผลอตัวพูดจาดูถูกครอบครัวมัจฉาว่าบ้านนอก สุดที่รักและครอบครัวของมัจฉาได้ยิน ก็โกรธจัด จนสุดที่รักปรามาสคุณหญิงตรีทิพย์ว่า ถึงพวกเขาจะจน แต่ก็ไม่เลี้ยงลูกจนโง่ ถึงขนาดซักชุดชั้นในไม่เป็น ชาตินี้ตวิษาไม่มีใครเอาไปทำเมียหรอก เพราะเอาตวิษาไปทำปุ๋ยคอก ก็ยังปลูกถั่วงอกไม่ขึ้นเลย

ถ้อยคำปรามาสของสุดที่รัก ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์กับตวิษาเต้นเป็นเจ้าเข้า หาคำด่ากลับไม่ถูกเลยทีเดียว ส่วนคุณอดิศรได้แต่ตบมือดังฉาดอย่างสะใจ เพราะเขาไม่ชอบใจที่ตวิษาชอบทำตัวเป็นคุณหนู จนทำอะไรไม่เป็น

สุดที่รักเห็นว่ามัจฉาถูกครอบครัวสามีแกลงจริงอย่างที่ข่อยบอก จึงแตะมือ Give Me Five กับสมาชิกในครอบครัวของมัจฉา ทำเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า ให้ตรีทิพย์และตวิษาต้องโมโหไม่เว้นแต่ละวัน

ด้านไตรนั้น ถึงแม้จะรู้ว่าสุดที่รักเป็นห่วงมัจฉา แต่เขาก็รู้สึกเกะกะสายตาทุกครั้งที่เห็นสุดที่รักพยายามมาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดมัจฉา เพราะไตรเคยรู้มาตั้งแต่จีบมัจฉาใหม่ๆ ว่าสุดที่รักชอบมัจฉาจนถึงขั้นเคยจะให้พ่อกับแม่มาสู่ขอ

ไตรไม่พอใจที่กลับมาจากทำงานทุกครั้งเป็นต้องเห็นสุดที่รักช่วยมัจฉาทำงานบ้าน ทำกับข้าว อีกทั้งหลายครั้งที่สุดที่รักชอบพูดจากระแนะกระแหน ว่าเขาเป็นลูกแหง่กลัวแม่ ปล่อยให้แม่โขกสับมัจฉา ไม่มีน้ำยาปกป้องเมียได้ แต่ที่ไตรเจ็บปวดมากที่สุดก็คือ สุดที่รักเข้ากันได้ดีกับครอบครัวของมัจฉามากกว่าเขา ซึ่งเป็นความน้อยใจลึกๆ ของไตร ที่เขามักทำอะไรดูเก้ๆ กังๆ ทุกครั้ง ยามอยู่กับครอบครัวมัจฉา เพราะปลาร้าเขาก็กินไม่ได้ เป่าแคนเขาก็เป่าผิดเป่าถูก เว้าอีสานจะพูดยังไง เขาก็ยังพูดไม่ถูกเลย ซึ่งครั้งหนึ่งไตรเคยได้ยินพ่อเพิ่มพูดว่า สุดที่รักน่าจะเป็นลูกเขย ทำให้ไตรรู้สึกเป็นส่วนเกินของครอบครัวมัจฉา

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ทะเลาะ จนกระทั่งบานปลายมีปากเสียงกัน ถึงขั้นไตรแยกมานอนนอกห้อง พ่อเพิ่มรู้เรื่องเข้าก็ไม่พอใจ จะไปหักคอลูกเขยที่ทำให้แก้วตาดวงใจของเขาเสียใจ แต่โชคดีที่แม่วรรณาห้ามไว้ก่อนจะเบิ้ดกะโหลกผัวตัวดีสักที พร้อมกับสั่งสอนชุดใหญ่ว่า ต้องให้ทั้งไตรและมัจฉาเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาในการใช้ชีวิตคู่เอง คนเป็นพ่อและแม่มีหน้าที่แค่คอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น

ปัญหาในชีวิตของมัจฉาคืบคลานมากระหน่ำซ้ำอีก เมื่อยมทูตแอนดี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับข่าร้ายที่ว่า ทางนรกได้เช็คข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และพบว่ายมทูตแอนดี้ไม่ได้ทำงานผิดพลาดแต่อย่างใด ซึ่งก็หมายความว่า ครอบครัวของมัจฉาชะตาถึงฆาตแล้วจริงๆ

ยมทูตแอนดี้เตรียมตัวมารับวิญญาณของมัจฉาและครอบครัว ทำเอาทุกคนเสียอกเสียใจที่หมดเวลาในการใช้ชีวิตการเป็นมนุษย์ มัจฉาหาทางบอกไตรให้รู้เป็นนัยๆ ว่า อีกไม่นานเธอและเขาจะตองพรากจากกันตลอดไป หากกลายเป็นว่า ไตรเข้าใจผิดคิดว่ามัจฉาจะทิ้งเขาแล้วไปอยู่กับสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า ไตรจึงยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งผลดีให้เอื้อมพรเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ด้วยการทำทีเป็นที่ปรึกษาให้ไตรระบายความกลัดกลุ้ม จนพานกลับบ้านดึก ทำให้มัจฉาเป็นห่วง รวมทั้งเสียใจทุกครั้งที่เห็นว่า คนที่มาส่งไตรทุกคืนคือเอื้อมพร

ตรงกันข้ามกับคุณหญิงตรีทิพย์และตวิษา ที่ดีใจจนเนื้อเต้น จนคุณอดิศรอดค่อนแขะไม่ได้ว่า หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตวิษา ไม่รู้ว่าตรีทิพย์ยังจะดีใจยิ้มจนเหงือกบานอย่างนี้หรือไม่ ทำเอาสองแม่ลูกกรี๊ดๆ ไม่หยุด

ฝ่ายข่อย สงสารพี่สาวที่จะถูกเอื้อมพรแย่งสามี เลยแกล้งทำให้หมาทั้งซอยหอน ทำเอาเอื้อมพรต้องรีบเผ่นแน่บ ทั้งๆ ที่อยากอยู่ออเซาะไตรต่อ จากนั้นข่อยก็แกล้งเสกให้กระป๋องน้ำอัดลม ท่อนไม้ ถังขยะ ลอยกระแทกมาใส่หัวของไตรเสียเลย เผื่อจะหายโง่เลิกคว้าก้อนกรวดมาแทนเมียแสนดีอย่างพี่สาวเขา

ข่อยอดรนทนไม่ไหวที่ต้องมาเห็นพี่สาวน้ำตาเช็ดหัวเข่าทุกวัน จึงไปฟ้องสุดที่รักว่า เอื้อมพรจะแย่งไตรไปจากมัจฉา สุดที่รักได้ยินก็กระโดดดีใจสุดเหวี่ยง ที่รู้ว่าไตรกับมัจฉาจะเลิกกัน ทำเอาข่อยถึงงงๆ ว่านี่เขามาหาตัวช่วยผิดคนหรือเปล่า พอสุดที่รักเห็นสายตาของข่อยก็รู้สึกได้ รีบทำเก๊กเป็นคนดี แสร้งทำเป็นเห็นใจ ไม่อยากให้ไตรกับมัจฉาเลิกกัน โดยรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้

ทีแรก สุดที่รักจะไปเอาเรื่องไตร แต่พอเห็นขนาดหุ่นและมัดกล้ามของไตร ที่ทั้งใหญ่ทั้งหนากว่า ก็ขอถอยไปตั้งหลักก่อน และแล้ว สุดที่รักก็คิดได้ว่า เขาควรเล่นงานใครดี ที่เขาพอจะสู้ได้อย่างสูสี ซึ่งคนที่หวยออกก็คือ ตวิษา

สุดที่รักไปต่อว่าตวิษา ว่าร่วมมือกับเอื้อมพรในการแย่งไตรกับมัจฉา หากนั่นยังไม่น่าเจ็บใจเท่าสุดที่รักบอกว่า ตวิษาทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง นอกจากทำให้ผัวเมียชาวบ้านเขาเลิกกัน ทั้งๆ ที่พ่อแม่ส่งไปเรียนถึงต่างประเทศ ทำเอาตวิษาโกรธจัด ปาข้าวของใส่สุดที่รักไม่หยุด ซึ่งตวิษาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า นอกจากความรู้สึกโกรธตาบ้านนอกคนนี้ เธอยังมีความรู้สึกน้อยใจรวมอยู่ด้วย  น้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นเธอมีดีในสายตา ต่างจากลูกชายลูกท่าน หลานเธอทั้งหลาย ที่ต่างชมว่าเธอคือผู้หญิงสุดเพอร์เฟกต์

และแล้ว ก็ได้เกิดเรื่องไม่คาดฝันครั้งใหญ่ขึ้นในวงการนรก เมื่อมัจฉาได้ตั้งท้องลูกของไตร... ตึงงงงงง!

ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อยมทูตรายงานกับทางนรกถึงปัญหาหนักที่ตามมา และแล้วมัจฉาก็ได้รับการต่อเวลาให้มีร่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะคลอดลูก

ด้านตรีทิพย์ ที่ถึงแม้จะเกลียดชังมัจฉาแค่ไหน แต่เมื่อรู้ว่ามัจฉากำลังอุ้มท้องหลานของเธอ ตรีทิพย์ก็เริ่มใจอ่อน และยอมดูแลมัจฉาอยู่ห่างๆ อย่างไว้ฟอร์ม ขณะที่เอื้อมพรเล็งเห็นว่า ตรีทิพย์กำลังเอนเอียงไปทางมัจฉา จึงวางแผนรวบหัวรวบหางไตร เพื่อเรียกร้องสิทธิ์การเป็นภรรยาของไตรอีกคน แล้วแผนการของเอื้อมพรก็สำเร็จจนได้

รุ่งขึ้น เมื่อมัจฉาได้รู้ว่าไตรได้เสียกับเอื้อมพร ก็เสียใจมาก แต่ลึกๆ ก็แอบดีใจที่ไตรจะได้มีคนดูแลต่อจากเธอ หากแต่สิ่งที่เอื้อมพรต้องการมากกว่าแค่คำขอโทษ หรือการยินดีรับเลี้ยงดู เพราะเธอต้องการให้มัจฉาหย่าขาดจากไตร แลกกับการไม่เอาเรื่องไปแฉ ทำให้หน้าที่การงานของไตรต้องมีปัญหา

ด้านพ่อเพิ่ม ที่รู้เรื่องไตรมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอื้อมพร ก็โกรธจนตัวสั่น แต่ก็ติดตรงที่แม่วรรณา เมียรักเคยขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องของลูก เลยไม่กล้าทำอะไรลูกเขยคนโปรดของแม่วรรณา ทว่า พอพ่อเพิ่มหันไปเห็นเมียรักยืนตัวสั่น ก็ตกใจ นึกว่าผีเข้า เลยถูกแม่วรรณาเบิ้ดกะโหลก บอกว่า เป็นผีอยู่แล้ว ผีที่ไหนจะมาเข้าได้ยังไง และสาเหตุที่เธอตัวสั่น ก็เป็นเพราะโกรธที่พ่อเพิ่มไม่จัดการลูกเขยหลายใจอย่างไตรเสียที พ่อเพิ่มได้ยินก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ จะจับไตรหักคอคืนนี้ซะเลย

ทว่า มัจฉาเห็นแก่ไตรที่ตกที่นั่งลำบาก เลยตัดสินใจจะพาครอบครัวของตัวเองกลับบ้านโคกอีเห็น ทำเอาพ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย เซ็งกันหมด มีเพียงสุดที่รักคนเดียวเท่านั้นที่ลั้ลลาดีใจเป็นที่สุด ที่จะได้กลับบ้านไปดูแลมัจฉาในถิ่นของตัวเองเสียที

การกลับไปของครอบครัวมัจฉา สร้างความงุนงงสงสัยให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะ “เสี่ยแสน” และ “สร้อย” พ่อกับแม่ของสุดที่รัก ที่ได้ยินชาวบ้านนินทามัจฉาและครอบครัวว่า มีอะไรผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งหมอผีประจำหมู่บ้านยังยืนยันฟันเฟิร์มอีกว่า ครอบครัวนี้คือ อดัม แฟมิลี่อย่างแน่นอน

เสี่ยแสนและสร้อยพยายามเตือนสุดที่รัก ไม่ให้ยุ่งกับครอบครัวมัจฉา หากแต่สุดที่รักก็ยังยืนกรานว่ามัจฉาไม่ใช่ผีอย่างที่ใครนินทา ทำเอาสองสามีภรรยาที่รักลูกชายอย่างสุดที่รักยิ่งดวงใจ ต้องหางพิสูจน์ให้ได้ ว่าความจริงแล้ว ครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ตามที่ชาวบ้านพูดหรือเปล่า

ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น ไตรที่เห็นภรรยาสุดที่รักหนีกลับบ้านนอก ก็น้อยใจ คิดว่ามัจฉาหมดรักเขาจริงๆ เลยเอาแต่ดื่มเหล้า ส่วนเอื้อมพรก็ย้ายข้าวของมาอยู่ในคฤหาสน์ฐากูรเรืองวิริยา ในฐานะภรรยาคนใหม่

นิสัยชอบดูถูกคนและจิกหัวคนรับใช้อย่างกับทาสของเอื้อมพร ทำให้ พิศ น้อย และคนรับใช้ในคฤหาสน์ ฐากูลเรืองวิริยา ไม่ชอบเอื้อมพร ทุกคนต่างนึกถึงตอนที่มัจฉาอยู่ เพราะมัจฉาชอบมาช่วยพวกตนทำงาน ส่วนพวกแม่วรรณาก็ชอบตำส้มตำปลาร้าให้พวกพิศกินอย่างไม่ถือตัว หรือถือเรื่องที่เคยผิดใจกัน

นอกจากคนรับใช้จะเริ่มไม่ชอบเอื้อมพร คุณหญิงตรีทิพย์ก็ชักเริ่มอยากจะอัปเปหิเอื้อมพรไปจากคฤหาสน์ เพราะเอื้อมพรมีนิสัยฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่ที่คุณหญิงตรีทิพย์ไม่ชอบอย่างแรงก็คือ เอื้อมพรพูดต่อว่ากฎประหยัดต่างๆ ในคฤหาสน์ ว่าคนคิดประสาทบ้างเอย สมองแร้งทึ้งบ้างเอย ต้องเป็นพวกชอบข่มเหงลูกและสามี ฯลฯ โดยหารู้ไม่ว่า คนที่ตั้งกฎก็คือคุณหญิงตรีทิพย์นั่นเอง

เวลานี้ คุณหญิงตรีทิพย์เริ่มคิดถึงมัจฉา ภาพที่มัจฉาคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าว ค่อยๆ ผุดมาเปรียบเทียบกับเอื้อมพร ที่วันๆ ตื่นมาก็บ่ายคล้อย แต่งหน้ากว่าจะเสร็จก็เย็น งานการก็ไม่ทำ เอาแต่ช้อปปิ้ง ดริ๊งค์แอนด์แดนซ์ถึงเที่ยงคืน ยามนี้ คุณหญิงตรีทิพย์เลยคิดถึงมัจฉา โดยเฉพาะหลานตัวน้อยๆ ที่อยู่ในท้องของมัจฉา

คุณอดิศรรู้เรื่องคุณหญิงตรีทิพย์เริ่มไม่โปรดเอื้อมพร ก็หัวเราะสะใจเป็นการใหญ่ เพราะเขาละหน่ายกับนิสัยมองคนแต่เปลือกของภรรยาอย่างมาก ทำเอาคุณหญิงตรีทิพย์ไม่พอใจ ขู่จะตัดเงินรายวัน คุณอดิศรเลยต้องแอบไปหัวเราะนอกบ้านดังๆ คนเดียว

ทว่า พอคุณอดิศรมาเห็นสภาพของไตร ที่เมาหัวราน้ำกลับมาบ้านแทบทุกวัน ก็ทนเห็นสภาพของลูกชายไม่ไหว เลยตัดสินใจพูดเตือนสติไตร โดยขอให้ไตรนึกถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับมัจฉาในวันแต่งงาน และเมื่อคนสองคนได้สัญญาจะแก่ตายไปด้วยกัน หากมีปัญหาที่คับข้องใจกัน ถ้าเบาก็ให้อภัย แต่ถ้าหนักก็ไม่ควรจะเก็บไว้แล้วคิดฟุ้งซ่านคนเดียว แต่ควรจะหันหน้าคุยกัน เพราะความจริงอาจจะไม่ใช่อย่างที่ไตรคิดก็เป็นได้ คำเตือนของพ่อ ทำให้ไตรตัดสินใจจะเดินทางไปบ้านโคกอีเห็น

โดยช่วงเวลาเดียวกันนั้น เสี่ยแสนและสร้อยเห็นว่า สุดที่รักและไตรกำลังตกอยู่ในวังวนของครอบครัวผี เลยหาทางแฉครอบครัวมัจฉาทุกคนด้วยสารพัดวิธี ทั้งหาหมอผีไทย เขมร มอญ ฝรั่ง มาทำพิธีปราบ แต่ทุกครั้งกลับเจออิทธิฤทธิ์ของอดัมแฟมิลี่ จนพากันหนีเตลิดเปิดเปิง

ภาพของไตรที่หอบหิ้วกระเป๋ามาที่บ้านของมัจฉา เป็นภาพที่มัจฉาคิดว่าฝันไป แค่อ้อมกอดของไตรที่โผเข้ามากอดเธอ พร้อมทั้งพูดขอโอกาส มัจฉาจึงรู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป ด้วยใจที่รักมั่น กอปรกับรู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์อีกไม่นาน ทำให้มัจฉาพร้อมจะให้อภัยไตรทุกอย่าง ไตรกับมัจฉาปรับความเข้าใจกันและกัน ไตรยอมเปิดเผยความรู้สึก ตั้งแต่หึงมัจฉาที่มีสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า อยู่เคียงข้าง หรือแม้แต่การปรับตัวเข้าไม่ได้กับวิถีชีวิตอีสานของครอบครัวมัจฉา ซึ่งมัจฉาบอกกับไตรว่า คิดมาก เธอกับสุดที่รักเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก และจะเป็นตลอดไป เพราะเธอได้มอบใจให้กับไตรไปจนหมดแล้ว ส่วนการปรับตัวเข้ากับครอบครัวเธอนั้น มัจฉาอยากให้ไตรเป็นตัวของตัวเอง อย่าฝืน เพราะไตรจะไม่มีความสุข ซึ่งนั้นคือสิ่งที่มัจฉาไม่ต้องการให้เกิดกับคนที่เธอรัก....

แกลลอรีGallery สะใภ้ไร้เงา