เรื่องย่อสายโลหิต

พ.ศ.2301 ดาวเรืองวัยสิบขวบ บุตรีพระสุวรรณราชาเป็นช่างทองหลวง คุณย่านิ่มเป็นผู้เลี้ยงดู ด้วยกำพร้ามารดาแต่ยังเด็ก ลำดวนผู้เป็นพี่สาวได้ออกเรือนกับหลวงเทพฤทธ์อริศัตรูพ่าย บุตรชายของพระยาพิริยะ กับคุณหญิงศรีนวล ขุนไกร นายทหารกองทะลวงฟัน วัยยี่สิบปี เป็นน้องชายของหลวงเทพ ขุนไกรนั้นจะเอ็นดูดาวเรืองยิ่งนักด้วยเป็นเด็กช่างเจรจา ซักถาม ทั้งขุนไกรและหลวงเทพ นั้นเป็นข้าราชการเก่าในขุนหลวงหาวัด

พม่ายกทัพเข้ามาทางทวาย มะริด ตะนาวศรี ขุนไกร หลวงเทพ หลวงเสนาสุรภาค พี่ชายของดาวเรือง ล้วนออกไปทัพ ดาวเรืองชวนพี่เยื้อนพี่เลี้ยงไปดูขุนไกรตอนเคลื่อนทัพ ดาวเรืองให้พระคล้องคอของเธอกับขุนไกร หมื่นทิพ ได้กลับมาแจ้งข่าวว่าทัพไทยพ่าย ขุนไกร หลวงเทพ หลวงเสนา ล้วนเสียชีวิต แต่แท้จริงแล้วเมื่อขุนไกรมาปรากฏตัวที่เรือนคุณย่า ที่แท้ที่ทัพไทยพ่ายครั้งนี้เพราะผู้เป็นแม่ทัพ และคนอย่างหมื่นทิพ ต่างขลาด รักตัวกลัวตาย ทิ้งทัพหนีกลับมา แล้วยังมากุข่าวสร้างความดีความชอบให้ตัวเอง หลวงเสนา และ พระยาพิริยะ ได้เสียชีวิตจากการต่อสู้กับข้าศึก ซึ่งเป็นไปตามที่คุณย่าได้ใช้ความรู้ด้านตำรามหาทักษาของท่านตรวจชะตาก่อนไปทัพ หมื่นทิพนั้นได้มาติดพันแม่เยื้อน น้องสาวขุนไกร แต่ขุนไกรพยายามขวางไว้ ด้วยหมื่นทิพนั้นยังเป็นชายเจ้าชู้ ฝักใฝ่แต่ในเรื่องสตรี

ต่อมาขุนไกรไปทัพสู้ศึกพม่าที่ลำน้ำจักราช และหมื่นทิพก็ไปทัพนี้เช่นกัน ที่บ้านคุณย่ามีบ่าวพบทหารมานอนบาดเจ็บอยู่ พันสิงห์เป็นทหารคนสนิทของขุนไกร กลับมาพร้อมดาบคู่กายของขุนไกร ซึ่งเป็นดาบบรรพบุรุษ และมีคู่กันกับหลวงเทพ ต่างมีสัจจะว่า เป็นตายจะรักษาดาบเท่าชีวิต หลวงเทพออกตามหาจนพบขุนไกรบาดเจ็บสาหัส แต่แล้วข้าศึกบุกตีทางท้ายคูเมือง ครอบครัวพันสิงห์เสียชีวิตหมด ขุนไกรทั้งทีเจ็บไม่หายดี ทนไม่ไหว ขอออกอาสาสู้ศึกรักษาเชิงเทินกับพันสิงห์ แต่แล้วทัพพม่ายกกลับ ด้วยมีข่าวพระเจ้าอลองพญาถูกสะเก็ดปืนใหญ่แตกเสียชีวิต

ส่วนขุนไกรเมื่อเกินจะทัดทานทั้งมารดาและแม่หญิงเยื้อนเรื่องหมื่นทิพ จึงขอออกไปอยู่พิษณุโลก พันสิงห์และเยื้อนตามไปอยู่ด้วย แม่หญิงเยื้อนหลังออกเรือนแล้วก็ได้แต่ตรอมใจ กับพฤติกรรมของหมื่นทิพ จนเสียชีวิตในที่สุด และคุณหญิงศรีนวลมื่อทราบข่าวก็ตกบันไดเสียชีวิตตาม

ขุนไกรกลับมางานศพ ดาวเรืองรู้สึกดีใจที่จะได้เจอพี่ไกรอีก ยามพบกับครั้งนี้เด็กหญิงเล็กๆได้เป็นสาวน้อยแล้ว และความรู้สึกในใจของนายทหารหนุ่มที่มีต่อดาวเรืองก็แปรเปลี่ยน เช่นเดียวกับดาวเรือง

ขุนไกรได้เลื่อนเป็นหลวงไกรสรเดช ต่อมาพระเจ้ามังระประกาศสงครามกับกรุงศรีอยุธยา ขุนไกรกลับไปช่วยทัพด้านสุโขทัย เมื่อขุนไกรลงมาราชการด่วน ทราบเรื่องที่มีคนใจหยาบล่มเรือของดาวเรือง และยิ่งรู้ว่าเป็นฝีมือหมื่นทิพ จึงตัดสินใจสู่ขอดาวเรืองด้วยตัวเองกับพระสุวรรณราชา พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นตามมี่คุณย่าจับฤกษ์ยามให้ขุนทิพซึ่งหมายมาดดาวเรืองไว้ แค้นยิ่งนัก หาทางแกล้งขุนไกร และก็มีหมายเรียกตัวให้ออกทัพในวันมงคลนั่นเอง

ข่าวทัพกรุงศรีฯ พ่าย ถูกตีเข้าใกล้พระคร คุณย่าเสียชีวิต ขุนไกรกลับมาช่วยเฝ้าป้อมเชิงเทิน พ่อดาวเรืองถูกปืนข้าศึกเสียชีวิตที่กำแพงเมือง ไอ้มิ่ง คนรับใช้ขุนทิพ ลอบบอกหลวงไกรเรื่องขุนทิพและใครบางคนส่งเสบียงออกให้พม่า หลวงไกรพาไอ้มิ่งไปพบขุนทิพ และนายบ่าวแทงกันตายตกตามกันและก็ถึงวันสิ้นกรุงศรีอยุธยา หลวงเทพพาครอบครัวไปคุ้มกันสมเด็จพระมหาอุทุมพร ขุนไกรคิดจะพาลำดวน พันสิงห์ เยื้อน ไปสมทบกับพระยากำแพงเพชรที่ตั้งมั่นอยู่ที่จันทบุรี

แต่แล้วทางพวกขุนไกรที่ปลอมเป็นชาวบ้านถูกจับได้ กักเป็นเชลยอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น ชาวบ้านที่ค่ายเล่าว่า ขุนหลวงหาวัดและข้าราชบริพารถูกต้อนไปกรุงอังวะ...

ในใจของขุนไกรยามนี้ให้หมองนัก พี่น้องคงจะไม่ได้พบกันเสียแล้ว พระนครถูกเผาทำลาย แต่ไทยต้องเป็นไท จะให้ทนเป็นเชลยไปตลอดหาได้ไม่ ขุนไกรคิดหาทางหนีจากค่าย

ความตั้งใจที่จะกอบกู้บ้านเมืองนั้นแน่วแน่นัก แต่หนทางนั้นเล่าจะเป็นเช่นใด

นำแสดงโดย: ศรัณย์ ศิริลักษณ์ รับบท ขุนไกร

ทิสานาฏ ศรศึก รับบท ดาวเรือง

ชนะพล สัตยา รับบท หมื่นทิพเทศา (ด้วง)

ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท แม่หญิงเยื้อน

ศรุต วิจิตรานนท์ รับบท พระสุวรรณราชา (พัน)

อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา รับบท หลวงเทพฤทธิ์อริศัตรูพ่าย (เทพ)

กวิตา รอดเกิด รับบท ลำดวน

สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์ รับบท พันสิงห์

รชนีกร พันธุ์มณี รับบท คุณหญิงปริก

ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท คุณหญิงศรีนวล

ดวงดาว จารุจินดา รับบท ย่านิ่ม

ผู้ประพันธ์: โสภาค สุวรรณ
บทโทรทัศน์: ศัลยา
ผู้กำกับ: สยาม สังวริบุตร , เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน
ผู้ผลิต: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด