เรื่องย่อสื่อสองโลก

เรื่องย่อละครสื่อสองโลก

ปลายจันทร์  สาวห้าวที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยวัยยี่สิบต้นๆ  จิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทว่ากลับคิดอยู่เสมอว่าสำหรับครอบครัวเธอแล้ว ต่อให้เธอจะทำดีแค่ไหน เธอก็ยังดีได้ไม่เท่าพี่ชายคนโต      ต้นกล้า หนุ่มนักธุรกิจหัวแก้วหัวแหวนของครอบครัว และ  กลางใจ  พี่สาวคนกลางแอร์โฮสเตสสุดสวยที่เก่งไปเสียทุกอย่าง  ไม่มีใครสนใจน้องสาวคนสุดท้องจอมแก่นอย่างเธอ  ที่แม้แต่ชื่อยังตั้งว่า ปลายจันทร์ ซึ่งสำหรับเธอฟังดูเป็นอะไรที่เหมือนปลายแถวมากกว่า  แถมเรียนจบแล้วเธอก็ยังหางานทำไม่ได้สักที  ต้องรับจ็อบเป็นแมสเซนเจอร์คอยขับรถไปเก็บเงินจากลูกค้าของร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ที่พ่อของเธอเป็นเจ้าของ  เมื่ออยู่บ้านก็ต่อล้อต่อเถียงกับ อากง ที่ไม่เคยพอใจในสิ่งที่เธอทำเลยสักอย่าง  ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำให้ปลายจันทร์รู้สึกว่าทุกคนในครอบครัว “ไม่มีใครรักและใส่ใจ” เธอเลยสักคน

แต่แล้ววันหนึ่ง  ปลายจันทร์ได้เดินทางไปปฏิบัติธรรมในวันออกพรรษาที่สำนักชีบนเขาตามคำชวนของ อุ้ง เภสัชกรสาวที่เป็นเพื่อนซี้ตั้งแต่สมัยเด็ก  อุ้งผู้ซึ่งเป็นคนกลัวผีอย่างมาก  แต่ฟ้ากลับบันดาลให้เธอมีความสามารถในการได้ยินเสียงเรียกจากวิญญาณอยู่เสมอซะอย่างงั้น

ที่สำนักชีนั้นเกิดเรื่องราวประหลาดขึ้น เมื่อปลายจันทร์ได้พบกับ ตาอ่อง ชายแก่คนคุ้นเคยที่ปลายจันทร์ช่วยเหลือดูแลเวลาเจ็บป่วย  ตาอ่องพาเธอไปดูพิธีตักบาตรเทโวโรหณะ  แต่นั่นไม่ใช่พิธีทั่วไปของโลกมนุษย์ แต่เป็นพิธีตักบาตรเทโวโรหณะตอนสองยาม  ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเป็นพิธีของโลกวิญญาณนั่นเอง ที่นั่น ปลายจันทร์ได้เห็นโลกทั้งสามคือ สวรรค์ นรก และโลกมนุษย์ในเวลาเดียวกัน

ตาอ่องขอร้องให้ปลายจันทร์ช่วยเป็นแมสเซนเจอร์นำสร้อยพระเครื่องของตนที่เก็บซ่อนไว้  ไปให้หลานชายที่ชื่อ โอ่ง ที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพ ปลายจันทร์คิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่หนักหนาอะไรจึงรับปากช่วย แต่เมื่อปลายจันทร์ไปเอาสร้อยพระที่บ้านตาอ่องจึงได้รู้ความจริงว่าตาอ่องเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่หลายวันก่อน ตาอ่องที่คุยกับเธอบนเขาคืนนั้นคือ วิญญาณของตาอ่องที่ตายไปแล้ว!  ปลายจันทร์ไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง  แต่ก็ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ได้  เธอได้แต่ยอมรับและรับผิดชอบเป็นธุระให้ตาอ่องตามที่ได้รับปากไว้  ปลายจันทร์จึงมุ่งหน้าเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปหาหลานชายตาอ่อง

เมื่อไปถึงเวดดิ้งสตูดิโอที่ทำงานของโอ่ง  เรื่องเข้าใจผิดก็เกิดขึ้น  เมื่อปลายจันทร์เข้าใจว่า กรวีร์ ชายหนุ่มช่างภาพเจ้าของสตูดิโอเป็นหลานชายตาอ่อง จึงรู้สึกไม่พอใจที่เขาไม่ดูแลตาอ่องให้ดีกว่านี้ทั้งๆที่เป็นคนรวยมีฐานะ แถมกรวีร์ยังมีท่าทีกวนประสาท เธอจึงพยายามรีบยัดเยียดสร้อยพระคืนให้เขา  ส่วนทางด้านกรวีร์ก็คิดว่าปลายจันทร์เป็นพวกสิบแปดมงกุฏจึงไม่ยอมรับสร้อยพระ  ทั้งคู่ทุ่มเถียงกันจนปลายจันทร์ชกกรวีร์เข้าให้  กัลยาพร แม่ของกรวีร์เข้ามาช่วยห้ามทัพ  กว่าเจรจากันรู้เรื่องว่า โอ่ง หรือชื่อจริงว่า ทวี ซึ่งเป็นหลานชายของตาอ่องเป็นคนสวนของสตูดิโอนี้  ไม่ใช่กรวีร์อย่างที่ปลายจันทร์เข้าใจ ปลายจันทร์จึงรีบเอาสร้อยพระคืนให้กับโอ่ง  ก่อนที่จะรีบหนีออกมาจากบ้านนั้นด้วยความอับอาย  และตั้งมั่นว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก ทว่าเธอคิดผิด...

ปลายจันทร์เดินทางกลับมาหาวิญญาณตาอ่องที่สำนักชีเพื่อบอกว่า  ได้จัดการธุระที่ทำให้วิญญาณของตาอ่องยังมีห่วงอยู่เสร็จสินแล้ว  แต่เหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้งเมื่อปลายจันทร์ได้พบกับ ชมพร วิญญาณที่ดูเศร้าหมองเพราะต้องการจะยกเงินในบัญชีที่เธอเก็บไว้ให้กับลูกสาวคนสุดท้องซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  นั่นก็คือกัลยาพรแม่ของกรวีร์นั่นเอง  แม้ปลายจันทร์จะไม่อยากรับงานนี้  แต่ก็ต้องรับไว้เพราะสงสารวิญญาณชมพรที่ไม่สามารถไปสู่สุขคติได้  ปลายจันทร์จึงบากหน้าเดินทางกลับเข้ากรุงเทพเพื่อไปพบกัลยาพร  และแน่นอนที่เธอจะต้องพบกับกรวีร์  ชายหนุ่มที่เธอหมั่นไส้จนอยากจะต่อยหน้าเค้าอีกหลายๆครั้ง

การเดินทางไปพบกัลยาพรคราวนี้  ปลายจันทร์ พาอุ้ง และ ซัน ลูกพี่ลูกน้องของปลายจันทร์ พนักงานธนาคารสุดงก  ผู้หายใจเข้าออกเป็นเงินทอง  ช่วยขับรถพาปลายจันทร์มาที่สตูดิโอของกรวีร์ด้วย   เมื่อปลายจันทร์เล่าเรื่องราวทั้งหมดของชมพรให้ฟัง  กัลยาพรเหมือนจะเชื่อสิ่งที่ปลายจันทร์พูดแล้วแต่ถูกกรวีร์ห้ามไว้  หาว่าปลายจันทร์กับเพื่อนเป็นนักต้มตุ๋นและไล่ทุกคนกลับไป  ยิ่งทำให้ปลายจันทร์ไม่ชอบหน้ากรวีร์เข้าไปใหญ่แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  ได้แต่ล่าถอยกลับบ้าน

เมื่อกลับมาถึงบ้านปลายจันทร์ต้องแปลกใจที่พ่อแม่และอากงต่างพูดจาเอาใจเธอ แถมทำอาหารเตรียมไว้ให้อย่างดี  จนกระทั่งได้รู้ว่าที่บ้านของเธอชวน ป้องเกียรติ ร้อยตำรวจเอกหนุ่มรูปหล่อลูกเศรษฐีใหญ่ประจำจังหวัดที่เพิ่งได้ย้ายกลับมาประจำที่บ้านให้มาดูตัวเธอนั่นเอง ปลายจันทร์ไม่พอใจอย่างมาก  เพราะแค่การเป็นคนที่ครอบครัวไม่รักก็แย่พอแล้ว  แต่นี่ยังต้องโดนบังคับให้ดูตัวกับคนแปลกหน้าอยู่เสมอ  แต่ป้องเกียรติดูจะถูกชะตาปลายจันทร์อยู่ไม่น้อย  หลังจากป้องเกียรติกลับไป ปลายจันทร์ทะเลาะกับอากงที่อยากให้หลานเป็นฝั่งเป็นฝา  ทั้งยังบ่นเรื่องเข้ากรุงเทพฯ บ่อยไม่ยอมอยู่บ้านและจะบังคับให้เธอแต่งงานให้ได้  โดยยื่นคำขาดว่าถ้าปลายจันทร์ไม่ยอมแต่งงาน  อากงจะตัดหลานและจะไม่ยกมรดกให้ ยิ่งทำให้ปลายจันทร์ทั้งโกรธทั้งน้อยใจหนักเข้าไปอีก

วันรุ่งขึ้น ปลายจันทร์แวะไปหาอุ้งที่ร้านขายยาเพื่อบ่นให้เพื่อนฟัง ที่ร้านขายยาได้เจอ ซันลูกพี่ลูกน้องและลูกไล่ของปลายจันทร์กำลังซื้อยาที่ร้านอยู่พอดี ทั้งสามเลยออกมากินข้าวด้วยกัน ระหว่างที่กินข้าวอยู่นั้นเอง ได้เจอกรวีร์ที่กำลังเซ็งหนัก  กรวีร์เล่าให้ทุกคนฟังว่ากัลยาพรตามไปสืบจนเจอเงินบัญชีตามที่ปลายจันทร์เคยเล่าไว้จริง แต่ธนาคารต้องการใบมรณบัตรของชมพรเพื่อเป็นหลักฐานในการถอนเงิน  ซึ่งใบมรณบัตรนั้นอยู่ที่ กุณฑล พี่สาวคนโตสุดเค็มของกัลยาพร  กัลยาพรเลยต้องกลับมาบ้านที่นี่  และโดนกุณฑลหลอกให้ซื้อของต่างๆให้เพื่อแลกกับเอกสาร  แต่แล้วกุณฑลก็ยังไม่ยอมให้ใบมรณบัตรเสียที 

อุ้งและซันจึงเสนอไอเดียที่จะเอาใบมรณะบัตรมาให้ได้  ด้วยการให้กรวีร์พากุณฑลกับกัลยาพรไปที่สำนักชี ที่ที่ปลายจันทร์ได้เจอกับวิญญาณชมพร  โดยให้ปลายจันทร์แกล้งทำเป็นร่างทรงของชมพรเพื่อสั่งกุณฑลให้มอบใบมรณะบัตรให้  ทั้งหมดเห็นพ้องกัน  ยกเว้นปลายจันทร์ที่ไม่ชอบหลอกใคร  แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเล่นตามแผน

ทว่า พอถึงเวลาจริงทุกอย่างกลับผิดคาดไปหมด เมื่อป้องเกียรติ ที่ดันมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของกรวีร์ดันเดินทางมากับพวกกรวีร์ด้วยในตอนที่กรวีร์กับแม่จะไปรับกุณฑลมาจากบ้าน  ด้วยสัญชาติญาณของตำรวจ ป้องเกียรติจึงจับไต๋เปิดเผยแผนเข้าทรงของซัน อุ้ง และกรวีร์ได้  แต่ตกใจที่เห็นว่าปลายจันทร์มีส่วนร่วมด้วย  ทางปลายจันทร์เองก็เพิ่งรู้ว่าป้องเกียรติเป็นญาติของกรวีร์  กุณฑลโกรธมากจะให้ป้องเกียรติจับทุกคนเข้าคุกให้หมด  แต่ด้วยความช่วยเหลือจากวิญญาณชมพรที่บอกปลายจันทร์เรื่องข้อมูลสำคัญระหว่างเธอกับลูกๆที่ไม่มีใครรู้  โดยเฉพาะพระสมเด็จที่ตั้งใจจะยกให้ป้องเกียรติหลานรัก  ทำให้เรื่องราวกลับตาลปัตร  กุณฑลที่งมงายอยู่แล้วได้ยินเข้าก็เชื่อสนิทใจว่าวิญญาณแม่ของเธออยู่ตรงนั้น  ทำให้เกิดกลัวความผิดที่ฮุบสมบัติหลาน  วิ่งหนีเตลิดหายไปในป่าทั้งๆ ที่มืดแล้ว  ทุกคนพยายามจะช่วยกันค้นหาแต่ก็หาไม่เจอ  อีกทั้งยังทำให้ปลายจันทร์กับกรวีร์พลัดหลงป่าไปด้วยอีกคู่

ระหว่างหลงป่า  ปลายจันทร์กับกรวีร์ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น  ปลายจันทร์ได้รู้ว่ากรวีร์ไม่ได้มีชีวิตสุขสบายแบบลูกคนรวยอย่างที่เธอคิด   แต่เขาต้องดิ้นรนด้วยฝีมือตัวเองอย่างอยากลำบากกว่าจะลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้  ส่วนตัวกรวีร์เองที่ตอนนี้ก็เชื่อแล้วว่าปลายจันทร์ติดต่อวิญญาณได้จริง  ก็เพิ่งเข้าใจว่าปลายจันทร์ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจบริสุทธิ์ ทั้งคู่หลงป่าอยู่พักใหญ่  ปลายจันทร์ก็คิดขึ้นมาได้ว่าควรใช้ความสามารถติดต่อวิญญาณของเธอขอความช่วยเหลือจากเจ้าป่าเจ้าเขา  แต่อธิษฐานเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ทั้งคู่เริ่มหมดแรง  จู่ๆ กรวีร์เริ่มร้องเพลงด้วยเสียงแตกๆ เพี้ยนๆ เพื่อปลุกใจไม่ให้หวาดกลัวความมืดและสิ่งรอบข้าง  แล้วก็ดันเป็นผลเมื่อเจ้าป่าออกมาปรากฎตัวเพราะทนหนวกหูเสียงร้องเพลงเพี้ยนๆ ของกรวีร์ไม่ไหว  

วิญญาณท่านเจ้าป่าเจ้าเขาอธิบายว่า  ที่ปล่อยให้ทั้งสองคนหลงป่าและไม่ออกมาช่วยแต่แรก  เพราะพวกปลายจันทร์ไม่รู้จักสัมมาคารวะ  ไม่กราบไหว้บูชาท่านในฐานะเจ้าที่เจ้าทาง  แถมด้วยตัวปลายจันทร์เองยังเล่นพิเรนทร์หลอกเจ้าเข้าทรงจึงอยากจะสั่งสอน  แต่เมื่อเห็นว่าปลายจันทร์คิดได้ก็พอใจแล้ว  จึงเลิกบังตาและเปิดทางออกจากป่าให้  กรวีร์กับปลายจันทร์ถามถึงคนอื่นๆ  จึงได้รู้ว่าทุกคนออกจากป่าไปได้หมดแล้ว  เหลือเพียงกุณฑลที่เจ้าป่าขอกักไว้อีกสามวันเพื่อสั่งสอนคนละโมบแทนชมพรสักหน่อย  ทั้งยังสำทับว่ากุณฑลจะไม่เป็นอันตราย  อีกทั้งยังมีชมพรคอยตามเฝ้าดูด้วยจึงไม่ต้องเป็นห่วง  ทั้งคู่จึงวางใจพากันลงจากเขามา

ที่สำนักชีที่ตีนเขา อุ้ง ซัน ป้องเกียรติและญาติคนอื่นๆ กำลังเป็นห่วงคนที่หลงป่าทั้งสามคน พอเห็นปลายจันทร์กับกรวีร์ลงมาได้ก็เบาใจลงแต่ก็ยังเป็นห่วงกุณฑล ปลายจันทร์กับกรวีร์ไม่กล้าบอกเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าป่า  เพราะคิดว่าจะทำให้เรื่องไปกันใหญ่  และตอนนั้นก็ดึกมากแล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน

วันรุ่งขึ้น กรวีร์ไปรับปลายจันทร์ที่บ้านแต่เช้า ทั้งคู่นัดญาติๆ ของกุณฑลไว้เพื่อบอกความจริงเรื่องที่หลอกกุณฑลขึ้นไปบนเขา  ปลายจันทร์ขอโทษที่เป็นต้นคิดแผนนี้และยินดีรับผิดถ้าใครจะฟ้องร้องเอาความ  ทุกคนไม่มีใครติดใจเพราะรู้จักนิสัยกุณฑลดี  แถมแต่ละคนยังโดนกุณฑลเอาเปรียบกันมาแล้ว  ทางด้านป้องเกียรติเห็นปลายจันทร์กล้าทำกล้ารับจึงยิ่งนึกชอบเธอมากขึ้นไปอีก

หลังจากสารภาพความกันเสร็จ  กรวีร์คุยกับแม่ว่าจะต้องรีบกลับไปทำงาน  จำเป็นต้องหาช่างแต่งหน้าและลูกมือเพิ่มเพราะแม่ยังติดธุระทางนี้  ปลายจันทร์จึงเสนอตัวช่วยงานเพราะตัวเองแต่งหน้าเป็นและอยากจะหนีจากที่บ้านที่พยายามจะจับเธอคลุมถุงชน โดยระหว่างนั้นเธอจะไปพักอยู่ที่คอนโดกลางเมืองของกลางใจพี่สาวของเธอ

ระหว่างที่ทำงานด้วยกัน  กรวีร์แม้จะยังคอยแซวคอยกวนประสาทปลายจันทร์อยู่ตลอด  แต่ก็ทึ่งในตัวปลายจันทร์มากขึ้นเพราะลุยงานชนิดไม่มีบ่น  แถมฝีมือเรื่องแต่งหน้าก็ไม่ได้โม้  ส่วนปลายจันทร์เองก็สนุกที่ได้ทำงานอื่นบ้างสักที  จะรำคาญก็แต่กลางใจที่ดูเหมือนจะชอบหนุ่มหล่ออย่างกรวีร์จึงคอยถามถึงเรื่องกรวีร์บ่อยๆ  ในคืนวันที่สองหลังจากเสร็จงานที่สตูดิโอ  ปลายจันทร์ได้ยินเสียงฮัมเพลงลูกกรุงเก่าๆ จนจับได้ว่าเจ้าของเสียงเพลงนั้นคือวิญญาณ  เด่นเดือน อดีตนักร้องชื่อดังที่ตายตั้งแต่ยังสาว  ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่กรวีร์และกัลยาพรเช่าทำสตูดิโอนี่เอง  วิญญาณเด่นเดือนดีใจมากที่ปลายจันทร์สามารถสื่อสารกับวิญญาณอย่างเธอได้  เลยทั้งชวนคุยทั้งร้องเพลงให้ฟังเป็นการใหญ่  เพราะถือเป็นคนฟังคนแรกในรอบหลายปี

ครบสามวันตามกำหนดของเจ้าป่า กรวีร์กับปลายจันทร์กลับไปรับกุณฑลที่ชายป่า  พร้อมกับร่ำลากับชมพรที่บอกว่าตอนนี้กุณฑลคิดได้แล้ว  ลูกๆ ทุกคนก็กลับมารักใคร่ปรองดองเหมือนเดิมเธอจึงหมดห่วง  ปลายจันทร์ดีใจที่เรื่องยุ่งๆ จบลงเสียที  แต่ชมพรยิ้มและทิ้งท้ายว่ายังไม่จบหรอก ก่อนวิญญาณของชมพรจะสลายข้ามภพไป

ทางด้านกุณฑลฟื้นได้สติขึ้นมาที่โรงพยาบาลก็รีบบอกกัลยาพรว่าซ่อนใบมรณบัตรอยู่ที่ไหน  รวมถึงเคลียร์คดีเก่าๆ  ที่เอาเปรียบญาติทุกคนไว้จนหมด  เพราะตอนนี้กุณฑลคิดและกลับตัวได้แล้วหลังจากหลงป่าอยู่สามวัน ญาติๆ มอบเงินรางวัลที่ตั้งไว้สำหรับคนที่หากุณฑลเจอให้กับปลายจันทร์  กรวีร์ขอบคุณปลายจันทร์ที่ช่วยเหลือจนแม่ได้เงินมรดกตามที่ชมพรตั้งใจไว้  และออกปากว่าถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้  ปลายจันทร์บอกว่า มีแน่ แต่ยังไม่บอกว่าเป็นอะไร  กรวีร์หวั่นใจว่าปลายจันทร์จะมาไม้ไหน

ปลายจันทร์พากรวีร์ไปที่บ้าน  บอกครอบครัวว่าเธอจะไปช่วยงานแฟนที่กรุงเทพฯ  ซึ่งแฟนของเธอคนนั้นก็คือกรวีร์นั่นเอง  กรวีร์ตกใจเพราะไม่ได้เตี๊ยมกันไว้ก่อนว่าจะให้เล่นเป็นแฟนของปลายจันทร์  แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษที่ต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับปลายจันทร์จึงได้แต่เออออห่อหมกไป 

อากงเขม่นมองกรวีร์อย่างไม่ไว้วางใจ ขณะที่พ่อกับแม่ของปลายจันทร์ดูตกใจแกมงงงวยกับการเปิดตัวแฟนหนุ่มของลูกสาวอย่างสายฟ้าแลบ  ทั้งคู่ตั้งท่าจะซักไซ้ไล่เลียงว่ากรวีร์เป็นใครมาจากไหน รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยพามาแนะนำ ปลายจันทร์รีบตัดบทและบอกทุกคนว่าต้องรีบเข้ากรุงเทพฯ โดยไม่เปิดโอกาสให้ครอบครัวได้ถามถึงเรื่องต่างๆ กรวีร์ทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะบอกลาผู้ใหญ่แล้วออกจากบ้านไปพร้อมกับปลายจันทร์

ปลายจันทร์มาพักอยู่กับกลางใจที่คอนโด ทันทีที่เจอหน้ากัน กลางใจซึ่งทราบเรื่องแฟนของน้องจากที่บ้าน ก็รู้ได้ทันทีว่าปลายจันทร์กับกรวีร์ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ ปลายจันทร์เถียงไม่ออกได้แต่ขอร้องกลางใจอย่าพึ่งบอกครอบครัว  กลางใจยอมตกลงช่วยแลกกับให้ปลายจันทร์เล่าเรื่องของกรวีร์มาให้หมดและแสดงความสนใจในตัวกรวีร์อย่างโจ่งแจ้ง  จนทำให้ปลายจันทร์เริ่มรู้สึกไม่พอใจที่กลางใจหวังจะโปรยเสน่ห์กับกรวีร์เหมือนกับผู้ชายหลายๆคนที่ผ่านมาอย่างบอกไม่ถูก

ทางด้านกัลยาพรอยากเลี้ยงขอบคุณซันและอุ้งที่มีส่วนช่วยในเรื่องมรดก จึงนัดทุกคนมาทานข้าวที่บ้าน หลังจากทานกันเสร็จกรวีร์ชวนทุกคนไปร้องคาราโอเกะกันต่อที่ร้านอาหารเรือนไม้งามเพราะเขามีบัตรส่วนลด เด่นเดือนได้ยินเข้าจึงขอปลายจันทร์ตามไปด้วย ที่ร้านอาหาร จันนี่ สาวใหญ่ท่าทางเหมือนเจ้าของร้านตั้งแง่ไม่ให้ใช้บัตรส่วนลดโดยอ้างว่าร้านได้ยกเลิกข้อตกลงกับบริษัทที่ออกบัตรไปแล้ว แต่ คำนึง หนุ่มใหญ่วัยกลางคนเจ้าของร้านตัวจริงกลับต้อนรับทุกคนอย่างดีและอนุญาตให้ใช้บัตรได้  พลางอธิบายอย่างเหนื่อยหน่ายว่าจันนี่เป็นแม่เลี้ยง เด่นเดือนได้ยินเข้าก็กรี๊ดลั่นจนอุ้งและปลายจันทร์ตกใจ ก่อนจะเฉลยว่าพ่อของคำนึงเป็นสามีของเธอที่เคยสาบานกันไว้ว่าจะรักกันไปจนตาย แต่ดันหนีเธอไปมีเมียน้อย ที่เธอตามมาที่ร้านแห่งนี้ก็เพราะอยากเจอลูกชายซึ่งคือคำนึงนั่นเอง

ระหว่างที่ทุกคนกำลังร้องเพลงกันอยู่ เด่นเดือนขอเข้าสิงปลายจันทร์เพื่อจะได้ร้องเพลงอีกครั้ง เพลงที่เลือกเป็นเพลงที่ดังที่สุดของเธอสมัยมีชีวิตอยู่  และเมื่อปลายจันทร์เริ่มร้องเพลง  เสียงที่ออกมาก็เป็นเสียงสุดแสนจะไพเราะของเด่นเดือน พอคำนึงได้ยินเข้าก็ตกใจว่าเสียงของปลายจันทร์เหมือนแม่ของเขาไม่มีผิด  ส่วน จันนี่พอได้ยินเสียงก็จำได้ดีว่านั่นคือเสียงของเด่นเดือนเมียหลวงที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา  จันนี่เข้ามาอาละวาดโวยวายในห้องส่วนตัวของพวกปลายจันทร์ทันที  จนคำนึงต้องพาตัวไปสงบสติอารมณ์  กรกนก ผู้บริหารค่ายเพลงรุ่นใหญ่ที่บังเอิญมาทานข้าวที่นั่นก็เข้ามาหาปลายจันทร์ บอกว่าสนใจอยากจะชวนปลายจันทร์เข้าประกวดร้องเพลงในรายการ The Deva ปลายจันทร์อยากจะปฏิเสธแต่เด่นเดือนร้องขอไว้ รวมไปถึงซันก็คำนวณให้เสร็จสรรพตามประสาคนงกเงินว่าเงินรางวัลคุ้มค่ามาก คำนึงที่ส่งจันนี่กลับบ้านไปได้ก่อนแล้ว เห็นปลายจันทร์คุยกับกรกนกก็เข้ามาร่วมวงหว่านล้อมให้ปลายจันทร์ประกวดด้วย  เพราะเขาเองก็อยากฟังเสียงของแม่บนเวทีอีกครั้ง  พร้อมทั้งรับปากว่าจะช่วยซ้อมให้ปลายจันทร์ ส่วนเด่นเดือนก็นึกสนุกอยากร้องเพลงให้คนฟังอีกครั้ง  ปลายจันทร์ที่โดนทั้งผีทั้งคนหว่านล้อมจนตกปากรับคำชวนของกรกนก

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ปลายจันทร์เห็น เฟื่องลดา ผีสาวแต่งชุดโบราณยืนอยู่ข้างเสาไม้ต้นใหญ่หน้าร้าน มองจ้องไปทางกรวีร์ด้วยแววตาอันเศร้าโศกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เนื่องจากเฟื่องลดาก็ไม่ได้ทำอะไรและไม่ได้มีทีท่าอยากจะคุยกับเธอ ปลายจันทร์จึงกลับคอนโดไปพร้อมกับเพื่อนๆ แบบไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

วันรุ่งขึ้น ปลายจันทร์ อุ้งและซันเดินทางไปที่ค่ายเพลงของกรกนกเพื่อคุยเรื่องการเข้าประกวด จนได้เจอกับ ธาริน สาวสวยมาดเท่รั้งตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดของค่ายเพลง แถมกรวีร์ก็อยู่ที่นั่นเพราะมีนัดคุยเรื่องการถ่ายภาพงานแถลงข่าว ปลายจันทร์ได้รู้ว่าธารินเป็นแฟนเก่าของกรวีร์ เธอรู้สึกถูกชะตากับธารินที่มีบุคลิกแมนๆ ตรงๆ แถมยังดูเป็นคนเก่งอีกต่างหาก

ก่อนกลับจากค่ายเพลง ปลายจันทร์ได้พบกับวิญญาณ เควิน ผีนักร้องลูกครึ่งชื่อดังในอดีตของค่ายเพลงแห่งนี้  ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือให้เธอช่วยสืบความจริงว่าเขาจมน้ำตายหรือเขาโดนฆาตกรรมกันแน่  ปลายจันทร์อยากจะช่วยแต่จำใจปฏิเสธ  เพราะตอนนี้ก็มีภาระเรื่องเด่นเดือนอยู่แล้ว

เมื่อกลับถึงสตูดิโอ ปลายจันทร์สังเกตเห็นเฟื่องลดามายืนมองนิ่งอยู่ที่หน้าบ้าน เธอจำได้ว่าเป็นวิญญาณที่เคยพบที่ร้านเรือนไม้งาม  จึงแปลกใจว่ามาทำอะไรที่นี่  เข้าไปสอบถามได้ความว่าเฟื่องลดาเป็นคนรักเก่าของกรวีร์ในชาติก่อน  และเฝ้ารอเขาอยู่ที่ต้นไม้สักหน้าร้านมาตลอด  จนกระทั่งได้พบกรวีร์อีกครั้งเมื่อคืน  จึงตามเขากลับมาที่บ้านแต่เข้าไปข้างในไม่ได้เพราะติดเจ้าที่  เฟื่องลดาไม่ต้องการอะไรขอแค่ได้เฝ้ามองกรวีร์ก็พอใจแล้ว  เมื่อปลายจันทร์เข้ามาในสตูดิโอก็เห็นว่าคำนึงมารออยู่  คำนึงดีใจมากที่รู้ว่าปลายจันทร์จะร่วมประกวดร้องเพลงแม่ของเขา และเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่าพ่อยกร้านอาหารนี้ให้เขา อีกร้านให้จันนี่ดูแล  แต่จันนี่ชอบมาวุ่นวายที่ร้านที่เขาดูแล  เขามั่นใจว่าปลายจันทร์จะต้องเป็นผู้ชนะแน่นอน และจะพาพ่อไปฟังเสียงของปลายจันทร์ในรอบชิงชนะเลิศด้วย กัลยาพรอาสาดูแลเรื่องชุดให้ ส่วนเด่นเดือนก็จะสอนการเดินและลีลาบนเวทีให้อีก ปลายจันทร์ซ้อมเดินซ้อมเต้นอยู่นานโดยมีกรวีร์ดูอยู่เงียบๆ และแอบขำท่าทาง  ก่อนที่จันนี่จะบุกเข้ามาโวยวายให้คำนึงกลับบ้าน เด่นเดือนโกรธแค้นจันนี่ที่บุกมาถึงบ้านและพยายามหลอกหลอน  แต่จันนี่กลับหึงคำนึงจนไม่กลัวผีสางที่ไหน  ปลายจันทร์เห็นจันนี่มาอาละวาดจึงยิ่งมุ่งมั่นที่จะชนะเลิศเพื่อเด่นเดือนให้ได้  ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเอกสารที่ใช้ในการสมัครยังอยู่ที่บ้าน  จึงจะรีบกลับบ้านไปเอาเอกสารกลางดึก กรวีร์เป็นห่วงว่าจะเป็นอันตรายจึงอาสาไปส่ง
ปลายจันทร์ดีใจที่เขาเป็นห่วงแต่ก็ยืนยันที่จะกลับเอง พอไปถึงตัวจังหวัดนึกกลัวตามคำพูดของกรวีร์ขึ้นมาจึงโทรบอกพ่อให้ออกมารับ ระหว่างทางกลับบ้าน ปลายจันทร์ถามพ่อถึงซีดีเพลงของเด่นเดือน จึงได้รู้ว่าพ่อของตัวเองเคยเป็นนักร้องในคาเฟ่มาก่อนแต่ถูกอากงลากกลับมาสืบทอดกิจการที่บ้าน ปลายจันทร์เลยขอร้องให้พ่อของเธอช่วยสอนร้องเพลงให้ แต่ยังไม่ยอมบอกว่าเพื่อจะเอาไปประกวดร้องเพลง

ในวันประกวดรอบแรก ปลายจันทร์ขึ้นเวทีด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ที่เธอชอบเพราะบอกทุกคนว่ามั่นใจมากกว่า ทั้งคนดูและกรรมการเห็นเข้าก็หัวเราะแต่พอปลายจันทร์เริ่มร้อง เสียงที่ออกมาก็เป็นเสียงของเด่นเดือนจึงทำให้ทุกคนหันมาสนใจ หลังประกวดรอบแรกเสร็จ ปลายจันทร์โดนวิญณาณเควินตามมาขอร้องให้ช่วยอีก สุดท้ายปลายจันทร์ก็ใจอ่อน ยอมตกลงช่วยเหลือเควินจนได้

ปลายจันทร์ปรึกษาอุ้งและซันให้ช่วยกันวางแผนว่าจะสืบเรื่องการตายของเควินนี้อย่างไรดี  กรวีร์ ได้ยินเข้าก็รีบยื่นมือช่วยเหลือ  ปลายจันทร์กับกรวีร์ตัดสินใจเริ่มต้นด้วยการไปหาแม่ของเควิน

ที่บ้านของเควิน ปลายจันทร์ได้เจอกับ รัชดา ลูกเลี้ยงของแม่เควินที่โตมาพร้อมกับเควินและ คม สามีของรัชดา แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คล้ายกับที่ไปหากัลยาพรครั้งแรก  คือถูกเข้าใจว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ปลายจันทร์มืดแปดด้าน  เพราะในสมัยที่เควินโด่งดัง  เธอเองก็ยังไม่เกิด  เลยไม่รู้ว่าจะไปหาข้อมูลของเควินได้ที่ไหน  แต่เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยหนุนให้เธอทำความดีในการช่วยปลดปล่อยวิญญาณทั้งหลายให้ไปสู่สุขคติ  เธอจึงพบว่าต้นกล้า พี่ชายของเธอเป็นแฟนคลับตัวจริงของเควินในสมัยที่เควินดังสุดขีด

ต้นกล้าให้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเควินและแนะนำให้มาคุยกับ ลุงผาง อดีตผู้จัดการส่วนตัวของเควิน แต่ว่าตอนนี้ออกจากวงการไปไม่รู้อยู่ที่ไหน  ปลายจันทร์มาขอความช่วยเหลือจากธารินที่ดูเหมือนจะยินดีให้ความร่วมมือกับเธอมากกว่ากรกนกที่หงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยินชื่อเควิน เมื่อได้คุยกับลุงผาง ปลายจันทร์จึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเควินกับรัชดาไม่ได้คิดกันแค่พี่น้องแต่กลับเป็นคู่รักกัน แถมยังได้รู้ความลับว่า กรกนก เองก็แอบรัก รัชดาอยู่ในตอนนั้นด้วยเหมือนกัน

ด้วยความร่วมมือของธารินที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเพลง รวมกับข้อมูลเรื่องงานศพของเควินที่แม่ของเควินเล่าให้ปลายจันทร์ฟัง ทำให้ปลายจันทร์และเพื่อนสรุปได้ว่ากรกนกต้องเป็นฆาตกรแน่นอน แต่ก่อนที่เรื่องจะไปถึงตำรวจ กรกนกก็ตามมาจับตัวปลายจันทร์หมายจะฆ่าปิดปากเรื่องเควิน วิญญาณของเควินจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาโดนเพื่อนรักหักหลัง กรวีร์และป้องเกียรติตามมาช่วยปลายจันทร์จนต้องไล่ล่ากัน  ก่อนที่ปลายจันทร์จะรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนกรกนกโดนเควินหลอกหลอนจนขับรถตกสะพานตายระหว่างหลบหนี

กลางใจรีบรุดมาดูอาการของปลายจันทร์ที่โรงพยาบาลและได้พบกับป้องเกียรติ ทั้งสองปิ๊งกันทันที วันรุ่งขึ้นปลายจันทร์ออกจากโรงพยาบาลและไปบ้านของเควินเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด  แม่ของเควิน ขอบคุณปลายจันทร์ที่ช่วยวิญญาณของเควินไปสุ่สุขคติ  เมื่อปลายจันทร์กลับไปที่สตูดิโอเพื่อทำงานต่อก็เห็นเด่นเดือนรออยู่แล้ว  ปลายจันทร์ตัดพ้อว่าเด่นเดือนไม่ยอมไปช่วยตอนเกิดเรื่อง เด่นเดือนบอกว่าเธอเป็นผีติดที่ไม่ใช่นึกจะไปไหนก็ไปได้  ถ้าจะไปก็ต้องมีสื่ออย่างปลายจันทร์พาไป ปลายจันทร์เห็นว่าคำนึงนั่งคุยอยู่กับ   กัลยาพรอีกแล้ว  คำนึงเห็นปลายจันทร์มาก็รีบบอกว่ามาเพราะจะช่วยซ้อมร้องเพลง แต่เด่นเดือนกลับแซวว่าลูกชายน่าจะมาหาลูกสะใภ้ให้แม่มากกว่า ปลายจันทร์ที่คุยกับทั้งผีทั้งคนจนทำให้ตอบสลับกันไปหมด ฝ่ายกรวีร์ก็บอกว่าไม่ได้เห็นแม่สดชื่นแบบนี้มานานแล้ว จนทำให้คำนึงและกัลยาพรได้แต่หัวเราะแก้เขิน กรวีร์รับปากว่าพรุ่งนี้จะปิดสตูดิโอไปเชียร์ปลายจันทร์ในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้ปลายจันทร์ดีใจมาก

นำแสดงโดย: วรากร ศวัสกร รับบท กรวีร์

ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท ปลายจันทร์

บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์ รับบท ซัน

จาด้า อินโตร์เร รับบท อังสนา

ณรงค์ฤทธิ์ รัตนภักดี รับบท ป้องเกียรติ

พรสวรรค์ มะทะโจทย์ รับบท กลางใจ

ช้องมาศ บางชะวงษ์ รับบท ธาริน

วรางคนาง วุฑฒยากร รับบท เฟื่องลดา

วิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล รับบท อากง

ปริญญ์ วิกรานต์ รับบท อาป๊าของปลายจันทร์

อนุสรา จันทรังษี รับบท ต้นกล้า

กชกร นิมากรณ์ รับบท กัลยาพร

สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบท กรกนก

พาเมล่า เบาว์เด้น รับบท เด่นเดือน เหมือนใจประชา

ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์ รับบท คำนึง

บัณฑิตา ฐานวิเศษ รับบท จันนี่

เจตต์ กลิ่นประทุม รับบท เควิน คฑา โอเวน

วรานิษฐ์ จิราโรจน์เจริญ รับบท รัชดา

วาสนา สิทธิเวช รับบท เกวลี

ดวงใจ หทัยกาญจน์ รับบท คุณยายชมพร

วัลวิภา โยคะกุล รับบท กุณฑล

สุรางคณา สุนทรพนาเวศ รับบท เบญจางค์

พิพัฒน์พล โกมารฑัต รับบท พ่อของคำนึง

พรสวรรค์ สุขจิตร รับบท บิว

อนิรุธ  สำรวลรื่น รับบท โอ่ง

ชาลี ดีเด็ด รับบท ตาอ่อง

ผู้ประพันธ์: แก้วเก้า
บทโทรทัศน์: คงกะพัน ไชยมะโน / พิชญ อยู่เป็นแก้ว / ชลวิชฐ์ จิรายุเจริญศักดิ์
ผู้กำกับ: ชลวิชฐ์ จิรายุเจริญลักษณ์
ผู้ผลิต: บริษัท ปรากฏการณ์ดี จำกัด

เรื่องย่อละครสื่อสองโลก

ดาวน์โหลดเพลง

Music Downloads